Author: อรรถพล ต่องสุพรรณ

  • เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพมหานคร ประชุมกลไกการขับเคลื่อนงาน ปรับกลยุทธ์การทำงานเชื่อมงานระหว่าง พุทธอาสา และสังฆะอาสา

    เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพมหานคร ประชุมกลไกการขับเคลื่อนงาน ปรับกลยุทธ์การทำงานเชื่อมงานระหว่าง พุทธอาสา และสังฆะอาสา

    เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคม ได้จัดการประชุมกลไกการขับเคลื่อนงาน เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ปริมณฑล และ กรุงเทพมหานคร ขึ้น ณ วัดนิคมพัฒนาราม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 30 คน ประกอบด้วย แกนนำ เครือข่ายพระสงฆ์ พุทธอาสา นักวิชาการ ผู้ประสานเครือข่ายระดับจังหวัด ภาค และ สคล. มีวัตถุประสงค์ เพื่อทบทวนกระบวนการทำงาน (เราคือใคร ?) สะท้อนปัญหา/วิเคราะห์จุดอ่อน/จุดแข็ง (ที่ผ่านมา เราเป็นอย่างไร?)  และ วางยุทธศาสตร์ รวมถึงปรับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนงาน ปี 2565 (เราจะร่วมเดินกันอย่างไร ?) โดยมี พระครูภัทรธรรมคุณ ดร. เจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม/เจ้าอาวาสฯ เป็นประธานการประชุม  

    พระปัญญา จิตฺปญโญ ผู้จัดการเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ชี้แจงวัตถุประสงค์ความเป็นมา ตลอดจน ผลงานของเครือข่ายสังฆะภาคกลาง สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

    1) เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมรวมตัวกันเป็นมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม (คน+ทุน) มีการระดมทุนโครงการต่าง ๆ จาก สสส. เพื่อพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์ อาทิเช่น โครงการวัดปลอดเหล้า บุหรี่ การพนัน โครงการบวชสร้างสุข และมีการดำงานตามกิจกรรมจากแหล่งทุนที่กำหนดไว้

    2) กองทุนสุขภาวะเพื่อจัดสวัสดิการแก่พระสงฆ์ที่อาพาธ มรณภาพ ซึ่งได้มาจากการสมัครสมาชิกกองทุนในช่วงเวลาที่ผ่านมา เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคม ได้ให้การช่วยเหลือด้านกำลังทรัพย์ ทั้งต่อตัวพระสงฆ์และ เหตุการณ์ภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนในสังคม เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย

    พันธกิจหลักขององค์กร คือ            

    1. เป็นกลไกในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ ในการพัฒนาสุขภาวะของพระสงฆ์

    2. เพื่อทำงานพัฒนา/สาธารณะสังคม โดยการจัดสวัสดิการดูแลสมาชิกเครือข่ายพระสงฆ์ในยามอาพาธ มรณภาพ

    จุดแข็ง : มีผู้รู้ที่หลากหลาย มีประสบการณ์ (ฆารวาสและพระสงฆ์) , คณะทำงานมีใจอุทิศตน/มีอุดมการณ์มีแกนนำพระสงฆ์เป็นหลักเข้มแข็ง , กลไกการทำงานที่ชัดเจน เข้มแข็ง, ระเบียบ กฎหมาย เป็นเครื่องมือในการทำงาน , มีทีมบริหารเครือข่ายเข้มแข็ง ชัดเจน

    จุดอ่อน : พระนักพัฒนามีน้อย, ไม่ค่อยทำงานอุทิศตนอย่างจริงจัง ,ขาดเป้าหมายร่วมกัน/ขาดการประสานงานร่วมกัน, พบพฤติกรรมการดื่ม/สูบของชุมชน (บางแห่ง) , ขาดการประชาสัมพันธ์ อย่างทั่วถึง เช่น ป้ายการบังคับใช้กฎหมาย, เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมยังมีไม่ครอบคลุมทุกจังหวัด อีกทั้ง ยังขาดการเชื่อมโยงและประสานงานของผู้ใหญ่ในชุมชนให้เข้าใจงานสังฆะเพื่อสังคม

    โอกาส/ความท้าทาย : มีเครื่องมือช่วย ทำให้ทำงานง่ายขึ้น (กิจกรรมพุทธรรมและกิจกรรมเสริมต่างๆ) ,  ทำกันบ่อย ๆ ทำต่อเนื่อง(พร่ำทำ) , ด้วยกิจกรรมที่ทำอยู่, มีสื่อโซเชียล (พระครูสุวัฒน์เสนอแนะ) , ใช้ประโยชน์จากธรรมนูญสุขภาพ , ใช้กองทุนเสริมสร้างสุขภาพพระสงฆ์ (ทำให้วัดเข้มแข็ง พระสงฆ์แข็งแรง)

    กลยุทธ์ยุทธวิธีในการทำงาน

    1.อำเภอพัฒนานิคม: อุ้มน้อง ประคองพี่ กอดคอเพื่อน “สามัคคีธรรม

    2. อำเภอโคกเจริญ : คิดให้คม ลงมือทำให้ชัด สื่อสารให้เป็น

    3. อำเภอชัยบาดาล : เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ป่าล้อมเมือง ถักทอเครือข่าย

    4.อำเภอบางระจัน จ.สิงห์บุรี มองให้ไกลไปให้ถึงเป้าหมายต้องชัด กำกับ ติดตามประเมินเสริมพลังต่อเนื่อง สม่ำเสมอ

    แนวทางการดำเนินงาน ปี 2565 ของเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง 

    1. พระสงฆ์ต้องทำงานแบบอุทิศตน ออกไปช่วยสังคมเพิ่มมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะเยาวชนกลุ่มเสี่ยง และ ญาติโยมที่จิตใจอ่อนแอ 
    2. สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของพระสงฆ์ที่มีประโยชน์ต่อสังคม เน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม และพัฒนา ผู้ที่มีจิตเดียวกัน (จิตบริสุทธิ์) เพิ่มพลัง ศักยภาพ ผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งความรู้วิชาการ การจัดการความรู้และกิจกรรมพัฒนา ตามจังหวะ หน้าที่ บริบทของพื้นที่ที่แตกต่างกัน
    3. การดำเนินการโครงงานต้องทำตามวัตถุประสงค์เราคือพระรุ่นใหม่

    (ต้องเป็นนักปฏิบัติ และบริหาร อย่างต่อเนื่อง)

    • นำข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงานมาวิเคราะห์และสรุปเชิงวิชาการ และ สื่อสารให้เกิดมรรคผลในการก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
    • การทำงานของคณะทำงานต้องเป็นแบบวงล้อธรรมวินัย เพื่อการพัฒนา คิดใหม่ ทำใหม่ ร่วมกัน
    • มีการเชื่อมโยงงาน/บูรณาการกับงานคณะสงฆ์ที่ทำอยู่ รวมถึงประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องที่/ท้องถิ่น อย่างเข้าใจ และ มีความสุข

    มติที่ประชุม

    1. เห็นชอบให้มีการประชุม อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ 2 เดือน/ครั้ง (ทุกวันที่ 13 ของเดือน ไม่ตรงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันพระ) ทั้งนี้ ต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า (ทีมงาน หัวข้อ ผลงาน)  
    2. เห็นชอบการเชื่อมโยงข้อมูล ข่าวสาร ใกล้ชิด และ สื่อสารต่อเนื่อง (ออนไลน์และออฟไลน์)
    3. เห็นชอบการทำงานในรูปแบบเครือข่าย ทั้งนี้ควรมีสื่อประชาสัมพันธ์ ครอบคลุมทุกระดับ (จังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน วัด หน่วยงาน) ตลอดจน ทีมงานย่อยเพิ่มเติม เพื่อช่วยคิด ทำเพิ่ม ทำต่อ เช่น ทีมงานธุรการ (สรุปเวที 1 page) ทีมงานวิชาการ ทีมงานสื่อสารมวลชน ทีมประสานงาน เป็นต้น การประชุมครั้งต่อไป วันที่ 13 ตุลาคม 2565

    บทเรียนข้อค้นพบ

    1.ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ทำให้เราตระหนักในปัญหา อีกทั้ง การมีรากเหง้า แก่นธรรม เป็นมูลเหตุในการ   Take action เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณของสังฆะอาสา และ พุทธอาสา

    2. SWOT ทำให้เราเห็นเหตุชัด (เข้าถึง เข้าใจ แจ่มกระจ่าง) ไร้ซึ่งมายาคติ เราจะเริ่มมองเห็นหนทาง ในการดับเหตุแห่งกองทุกข์นั้น (ภายใน/ภายนอก) ได้ เป็นที่มาของคำว่า “ใจเป็นสุข กายเป็นสุข”

    3. ฟังด้วยใจ ตาสว่าง พลังบังเกิด ฉันทำนั่น เธอทำนี่ เกิดกลไก “สังฆะอาสา พุทธอาสา” (ปรับโครงสร้าง/ พัฒนากลไกการทำงาน)

    4.เมื่อมีเป้าหมายชัด ปลดล็อกวิธีการ เห็นหนทางคลายปมปัญหา จึงเกิดการวางจังหวะวิสาสาปรมาญาติ (2 เดือน/1 ครั้ง)

    5. การอยู่กับปัจจุบันขณะ (Be present) = ความสามารถในการยืดหยุ่น/ปรับตัว (Empathy)

    อารีย์  เหมะธุลิน พุทธอาสาด้านวิชาการ รายงาน

  • ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ ชวนงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อครอบครัวและสุขภาพที่แข็งแรง

    ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ ชวนงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อครอบครัวและสุขภาพที่แข็งแรง

    “อยากให้ครอบครัวได้เป็นแบบอย่าง ในการงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อครอบครัวที่อุ่น และเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง”

    ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’

    28 กรกฎาคม 2565 ในงานเปิดตัว สมาคมพลศึกษาแห่งประเทศไทย และการแข่งขันฟุตบอลสานสัมพันธ์ “รวมพลคนพลศึกษา” ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าได้มีโอกาสร่วมจัดบูธกิจกรรม รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา “ซุปเปอร์แม่พ่อ พอแล้วเหล้าเบียร์” พร้อมเชิญชวนทัพนักกีฬา แข่งขันกีฬาด้วยความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา ไม่มีการพนัน และไม่ดื่มเหล้า

    บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง ได้ให้ความสนใจกับบูธกิจกรรมของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า พร้อมกล่าวสนับสนุนการรณรงค์ว่า “อยากให้มีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในครอบครัว อยากจะให้เป็นแบบอย่างให้สังคมในเรื่องของการงดเหล้า เพื่อครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อคนที่เรารัก และที่สำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีของเราอีกด้วย” อีกทั้งได้ฝากเชิญชวนคนไทยทุกคนมาร่วมกันงดเหล้า ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา จังหวะโอกาสดีๆแบบนี้ พักตับ ฟื้นฟูร่างกาย ให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น เพื่อตนเองและคนที่เรารัก

  • รวมพลังเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา อีสานล่าง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข มุ่งส่งเสริมให้บวชตามพระธรรมวินัย เรียบง่าย ลดปัจจัยเสี่ยง

    รวมพลังเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา อีสานล่าง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข มุ่งส่งเสริมให้บวชตามพระธรรมวินัย เรียบง่าย ลดปัจจัยเสี่ยง

    ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสบวชลูกบวชหลาน ถือเป็นโอกาสในการสร้างบุญใหญ่ของตนเองและครอบครัว จะต้องเต็มที่ให้ถึงที่สุด จัดงานฉลองบุญยิ่งใหญ่ เชิญหมู่ญาติสนิทมิตรสหายที่รู้จักมาร่วมอนุโมทนาด้วย เพื่อความเป็นมงคล และได้ทำบุญร่วมกันหลายคน ในความคิดของคนไทยส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้ รวมถึงคนอีสานด้วยเช่นกัน การจัดงานบวชที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า จะบวชแต่ละครั้งต้องลงทุนมหาศาล ต้องจัดโต๊ะเลี้ยงแขก มีมหรสพดนตรีฉลอง มีการเสพติดความสนุกสนานจนเกินเลย มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำต่อกันมาจนกลายเป็นค่านิยม ทำให้การเข้าถึงศาสนาเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะจะต้องมีทุนพอสมควร

    ปัญหาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในงานบวช ที่พบเห็นอยู่บ่อยครั้งตามสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อสาธารณะพบว่า งานบวชหลายงาน มีการทะเลาะวิวาท การฆ่ากันได้ในงาน เมื่อสืบสวนหามูลเหตุแล้ว ล้วนมีมีต้นตอมาจาก ความเมา ที่งานบวชมีการปล่อยให้มีการดื่มเหล้ากันภายในงาน และด้วยมีมหรสพดนตรีรถแห่มาช่วยกระตุ้น เกิดความคึกคะนอง สร้างปัญหาให้กับกับสังคม และสร้างความเสื่อมเสียให้กับพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

    เมื่อวันเสาร์มี่ 16 กรกฎาคม 2565 ณ ศาลา วัดโพนขวาว ต.จิกดู่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา สังฆะเพื่อสังคมภาคอีสานล่าง โดยการประสานงานของ พระอธิการโสภณ ปิยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโพนขวาว จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ พร้อมหารือแนวทางร่วมในการผลักดันแนวคิด การบวชสร้างสุข ให้เป็นนโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของการบวชในสังคมปัจจุบัน ให้หันกลับมามองความถูกต้อง ความเหมาะสม โดยการบวชแบบเรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย ประหยัด ปลอดเหล้า ปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมา ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยมีจุดเริ่มต้นเพื่อสร้างต้นแบบงานบวชสร้างสุข ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร

    และได้มีการเซ็นสัญญาเพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนงานสร้างความเข้าใจ และสร้างข้อตกลงกับชุมชนในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยมีเป้าหมาย คือ ผลักดันรูปแบบการบวชสร้างสุข ให้เป็นนโยบายสาธารณะ ในพื้นที่ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ระดับท้องถิ่น ชุมชน กับวัด พร้อมกับการสร้างกระแส รูปแบบการบวชแบบเรียบง่าย เพื่อทวนกับกระแส กับการบวชแบบสิ้นเปลือง และเต็มไปด้วยอบายมุข หวังเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้ตระหนักและร่วมกันเปลี่ยนแปลงค่านิยมการบวชแบบใหม่ ที่ถูกต้องและดีงามอย่างยั่งยืน ต่อไป

  • จากงานศพปลอดเหล้า สู่งานบวชสร้างสุข ปลอดเหล้า วัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง จ.สตูล

    จากงานศพปลอดเหล้า สู่งานบวชสร้างสุข ปลอดเหล้า วัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง จ.สตูล

    บวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ยึดพระธรรมวินัย เรียบง่าย ประหยัด ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไกลโควิด = ได้บุญเต็มร้อย แนวคิดที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน จากการร่วมมือกันของ เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ได้ร่วมกันผลักดันเชิงนโยบายของโครงการ บวชสร้างสุข ที่เดิมงานบวชที่พบเห็นในสังคมปัจจุบัน เจ้าภาพหลายคนกำลังหลงทาง จัดงานแบบฟุ้มเฟือย มีการนำเอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานบวช และขัดต่อหลักศาสนาเข้า เช่นการนำเอาบายมุข เหล้าเบียร์เข้ามาในงาน จัดเลี้ยงฉลองด้วยอาหารหลายอย่าง มหรสพใหญ่โต ทำต่อๆกันมาจนอ้างว่าเป็นประเพณี กลายเป็นค่านิยมที่กดทับแก่นแท้ของการบวช ภายในงานเต็บไปด้วยอบายมุข ผู้คนทำผิดศีลธรรมดังปรากฎในสื่อสังคมปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เองงานบวช แทนที่จะเป็นงานบุญ กลับเป็นงานบาปที่ก่อปัญหา และปัจจัยเสี่ยงต่างๆภายในชุมชน

    วัดชนาธิปเฉลิม อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เป็นอีกหนึ่งวัดที่เข้าร่วมโครงการ ในการรรณรงค์ งานบวชสร้างสุข ได้ผลักดันขยายผลการขับเคลื่อนต่อ จากต้นทุนเดิม คือ ความเป็นวัดปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง และประสบการณ์จากการขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า ได้ขยายผลมาสู่ประเด็นงานบวชสร้างสุข ได้รับการตอบรับจากเจ้าภาพเป็นอย่างดี จนเป็นต้นแบบให้กับวัดอื่นๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองสตูล 

    พระครูสุนทรธรรมนิเทศก์ ผจล.วัดชนาธิปเฉลิม ผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข จ.สตูล ให้สัมภาษณ์ว่า การรณรงค์สื่อสาร แนวคิด “งานบวชสร้างสุข” วัดชนาธิปเฉลิม อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เอง ได้เน้นสร้างความเข้าใจ ทั้งต่อพระเอง และญาติโยมเอง โดยทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานบวชจะต้องเข้าใจและเห็นตรงกัน ถึงความถูกต้อง ความเหมาะสมในการจัดทำพิธีทางศาสนา  และด้วยที่วัดชนาธิปเฉลิมนี้เอง เป็นพระอารามหลวง การจัดกิจกรรมจึงไม่ค่อยมีความหวือหวา หรือเอิกเริกมากมายอยู่แล้ว ด้วยความเกรงใจต่อความเป็นพระอารามหลวง และผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นกลาง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมักจัดงานแบบเรียบง่ายอยู่แล้ว ไม่ฟุ้งเฟื้อทำแต่พอดี นิยมจัดภายในวัด จึงไม่ค่อยมีเรื่องของ อบายมุข หรือ มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งวัดเป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการวัดปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ ปลอดการพนันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และในด้านงานบุญประเพณี ทางวัดเองก็รณรงค์เรื่องของงานศพปลอดเหล้า 

    พอมาในปีนี้มาทำประเด็นในเรื่องของงานบวช ก็ ถือเป็นการขยายผลงานเดิม เราได้เข้าไปพูดคุยสร้างความเข้าใจ ถึง การปรับค่านิยมที่มีการบวชแบบใหญ่โต ลงทุนมากมาย มีการเลี้ยงฉลองสนุกสนาน มาจัดแบบเรียบง่าย และถูกต้องตามพระธรรมวินัย ไม่มีอบายมุข ไม่มีมหรสพใหญ่โต แต่ยังคงอนุโลมคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของท้องถิ่นอยู่ คือ อนุญาตให้มีกลองยาว ดนตรีพื้นบ้าน เข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาท ในงานพิธีทางศาสนา

    และรอบๆวัดเองมีวงกลองยาวที่ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกัน และกลุ่มชมรมผู้สูงอายุได้รวมกลุ่มกันเป็นนางรำอาสา อาสารำตามงานพิธี งานประเพณีสำคัญต่าง ๆ เจ้าภาพที่มาจัดงานบวชที่วัดเอง ที่มีกำลัง อยากจัดเลี้ยงฉลอง มีมหรสพดนตรีสร้างความบันเทิงใจ ก็ได้กลุ่มชาวบ้านเข้ามาช่วย ค่าใช้จ่ายในการจ้างกลองยาวแต่ละครั้งอยู่ที่ 3,000 – 4,000 บาท ส่วนนางรำก็มารำให้ฟรี หรือแล้วแต่จะให้ อาตมาภาพเองมองว่า เป็นสิ่งที่ดี ที่เราได้ส่งเสริมวัฒนธรรมของชุมชน และได้ส่งเสริมรายได้ภายในชุมชนได้ อีกทั้งยังป้องกันการแทรกแซงมาซึ่งวัฒนธรรมที่ผิด ๆ และปะปนไปด้วยอบายมุข

    พระครูสุนทรธรรมนิเทศก์ ได้เล่าต่ออีกว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่ทางวัดสามารถขับเคลื่อนไปได้คือ ทางวัด ได้มีความเข้มงวดในการคัดกรองประวัติของผู้ที่จะมาบวช และทางเจ้าอาวาส พระครูวิมลธรรมรส เข้มงวดและเด็ดขาดต่อผู้ที่จะมาบวช งานไหนที่มีการดื่มเหล้า แห่นาคเข้ามา ทันจะไม่อนุญาตให้บวช จนกว่าจะหายเมา จนชาวบ้านที่จะมาบวชเองได้เข้าใจและรู้กัน ว่าเมื่อจะมาบวชที่นี้ อะไรที่ทำได้ทำไม่ได้ ทั้งนี้เป็นการทำเพื่อตัวญาติโยมและชุมชนเอง ชาวบ้านจึงเข้าใจและให้ความร่วมมือ 

    จากการรณรงค์สื่อสาร ก็ได้มีชุมชนคุ้มวัดอื่น บริเวรรอบๆ วัดชนาธิปเฉลิม ได้เห็นคุณค่า และนำแนวคิดรูปแบบ การจัดงานบวชไปปรับใช้ ทำให้เกิดสังคมสุขภาวะ บวชปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่ อำเภอเมืองสตูล

  • ‘นาคอัต’ ขอบวชปลอดเหล้า หวังตัดปัญหาความวุ่นวาย ลดความเสี่ยง เลี่ยงอบายมุข รับบุญแบบเต็มที่ไม่เปื้อนบาป

    ‘นาคอัต’ ขอบวชปลอดเหล้า หวังตัดปัญหาความวุ่นวาย ลดความเสี่ยง เลี่ยงอบายมุข รับบุญแบบเต็มที่ไม่เปื้อนบาป

    บวชพระทั้งที ขอตั้งใจรับบุญเต็มที่ ไม่เปื้อนบาป ไม่เมา = ไม่ก่อบาป

    งานบวช คือ งานบุญใหญ่ของบ้าน การบวชของลูกหลาน สร้างความสุขทางใจ  สร้างมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่พ่อแม่ ที่ผ่านมาประเพณีบวชนาคมักมีการจัดงานใหญ่โต ปะปนไปด้วยเหล้า ด้วยอบายมุขมากมาย เสพความสนุกสนานรื่นเริง จนเกินเลย จากพิธีกรรมที่เคยศักดิ์สิทธิ์ มีคุณค่าทางวัฒนธรรมได้กลายเป็นพิธีกรรมสร้างความแตกแยกระหว่างชุมชน เกิดการทะเลาะวิวาท เสียงดัง บางงานทำให้พ่อแม่ตายทั้งเป็นเพราะเสร็จงานแล้ว มีหนี้สินเพิ่มเพราะจัดงานใหญ่ ต้องเป็นทุกข์ใช้หนี้

    ด้วยเหตุนี้เอง ทางนาคอัตพงษ์ นามไพร และเจ้าภาพ จึงตัดสินใจจัดงานเป็นงานบวชปลอดเหล้า หวังตัดปัญหาความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากความเมา โดยคุณวาสนา นามไพร ประชาคมงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่าจัดงานปลอดเหล้าครอบครัวสบายใจ  สุขใจ  เรียบง่าย ไม่วุ่นวายเป็นงานบวชที่ได้บุญยิ่งใหญ่ มิหนำซ้ำประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะอีกด้วย

    #บวชสร้างสุข #บวชปลอดเหล้า #ลดเสี่ยง #เลี่ยงอบายมุข

  • เจ้าอาวาสวัดบิง อ.โชคชัย จ.โคราช ชวนเจ้าภาพเปลี่ยนค่านิยมจัดงานบวช เน้นความเรียบง่าย จัดบวชหมู่ พระ 4 รูป บวชสร้างสุขปลอดเหล้าไม่ก่อเวร

    เจ้าอาวาสวัดบิง อ.โชคชัย จ.โคราช ชวนเจ้าภาพเปลี่ยนค่านิยมจัดงานบวช เน้นความเรียบง่าย จัดบวชหมู่ พระ 4 รูป บวชสร้างสุขปลอดเหล้าไม่ก่อเวร

    เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2565 พระครูสิริสุตาลังกา (อิ่ม หิตกาโร) เจ้าอาวาสวัดบิง ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชพระใหม่ จำนวน 4 รูป โดยเป็นการบวชหมู่ และในโอกาสที่มีผู้มาขอบวชครั้งนี้ เจ้าอาวาสได้ชักชวนเจ้าภาพเปลี่ยนค่านิยมจัดงานบวช จากค่านิยมเดิมที่มาขอบวชที่นี้ ให้เป็นกาบวชแบบค่านิยมใหม่ เน้นความเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ภายใต้เศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงในปัจจุบัน และลดปัจจัยเสี่ยงที่จะนำสู่การทะเลาะวิวาท การทำผิดศีลธรรม เช่น ภายในงานปลอดเหล้า ปลอดอบายมุข

    ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอำเภอโชคชัย เรื่องงานบวชและงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ที่ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2563 โดยนางระเบียบ ขาวฉอ้อน หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด โรงพยาบาลโชคชัย และประชาคมงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง จ.นครราชสีมา สนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ หวังให้เจ้าภาพมั่นใจ จัดงานบุญได้บุญไม่เปื้อนบาป และเป็นต้นแบบงานบวชปลอดเหล้า รณรงค์สร้างค่านิยมและพฤติกรรมใหม่ในสังคมต่อไป

    ด้าน นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข กล่าว่า การบวชของลูกสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่พ่อแม่ และผู้บวช แต่ที่ผ่านมา การจัดงานบวช หรือประเพณีบวชนาค ได้กลายเป็นพิธีกรรมสร้างความแตกแยกระหว่างชุมชน ทะเลาะวิวาท เสียงดัง บางงานทำให้พ่อแม่ตายทั้งเป็น บางงานเป็นหนี้สินเพราะจัดงานใหญ่ ต้องเป็นทุกข์ใช้หนี้ เพราะค่านิยมสังคมไปไกลมาก และเพราะไม่ยึดหลักพระธรรมวินัย ชาวพุทธควรทบทวนหลักการบวชหรือการจัดงานบวชที่แท้จริงควรจะเป็นอย่างไร