Author: อรรถพล ต่องสุพรรณ

  • คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ  ประสานพลังความดี “สำนึกรักบ้านเกิด”  ผลักดันจัดตั้งกองทุนพระสงฆ์อาพาธจังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดแรกของภาคอีสาน

    คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ  ประสานพลังความดี “สำนึกรักบ้านเกิด”  ผลักดันจัดตั้งกองทุนพระสงฆ์อาพาธจังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดแรกของภาคอีสาน

    พระครูศรีมงคลปริยัติกิจ (สิทธานต์ สิทฺธิวโร ป.ธ.๖)  เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล จังหวัดศรีสะเกษ ที่เป็นคณะทำงานแต่ละอำเภอ เดินทางศึกษาดูงานที่วัดเนินพระ ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 21 – 22 เมษายน 2565  โดยมีเจ้าคณะจังหวัดระยอง พระเทพสิทธิเวที เจ้าอาวาสวัดเนินพระ ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษ บทเรียนการผลักดันกองทุนพระสงฆ์อาพาธจังหวัดระยอง

    การเกิดขึ้นของเวทีศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ เกิดจากแนวคิด “สำนึกรักบ้านเกิด” ของพระสงฆ์นักวิชาการนักปกครอง ที่สำนึกรักบ้านเกิดต้องการจะทำอะไรเพื่อพระสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี ดร.พระมหาอดิเรก ฐิตวุฑฺฒิ, ผศ.ดร. พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ, ดร.พระมหาประยูร โชติวโร และพระมหาสมยศ ถามเชฏโฐ ซึ่งเป็นพระนักวิชาการลูกหลานคนศรีสะเกษ

    โดยวันแรกได้รับฟังการบรรยายจาก พระวิทยากร พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม (มนัส อิ่มรัตน์) เจ้าคณะตำบลตลาด เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง จังหวัดจันทบุรี ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การจัดตั้ง และการบริหารกลุ่ม เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีการบริหารจัดการมาแล้วเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน มีสินทรัพย์หมุนเวียนทั้งจังหวัดมากกว่าสามพันล้านบาท คณะสงฆ์ศึกษาดูงานให้ความสนใจและมีการถามตอบแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง

    วันที่สองได้รับฟัง การบรรยายพิเศษ “กระบวนการจัดการกองทุนพระสงฆ์สามเณรอาพาธ” จากทีมพระวิทยากร มีพระราชธรรมเมธี (วิสูติ ปญฺญาทีโป ป.ธ.๙) รองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดโค้งสนามเป้า พระปลัดสาธิต ทองเปรม พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม และรองเจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง พระครูพรหมาริยานุวัฒน์ ได้แลกเปลี่ยน หลักคิด จุดเริ่มต้น กระบวนการวิธีการ ประสบการณ์จัดการจัดตั้งกองทุนฯ ที่สำคัญ ณ วันนี้ได้ผลักดันให้เกิดแล้วมี จังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด และกำลังพัฒนามีจังหวัดลพบุรี

    สุดท้ายของการศึกษาดูงานรับฟัง แลกเปลี่ยนรู้ พระครูศรีมงคลปริยัติกิจ ได้สรุปเป็นแนวทางที่ต้องรวมพลังของพระสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ

     1)  พระสงฆ์เมื่อกลับไปแล้ว ต้องไปกราบเรียนครูบาอาจารย์ผู้บังคับบัญชา มาได้อะไร การจัดตั้งกองบุญมีขั้นตอนอย่างไร โดยเฉพาะทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ซึ่งท่านได้เน้นย้ำอย่างชัดเจน เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ทำอะไรเพื่อพระสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ในการดูแลสุขภาพ ป่วยแล้วมีพระสงฆ์ดูแล ญาติโยมผู้ทำบุญก็ได้ร่วมดูแลพระสงฆ์ด้วย  

    2)   ต้องหารือถึงความพร้อมแนวทาง แต่งตั้ง/การจัดตั้งคณะทำงานโครงสร้างบริหาร ตามรูปแบบที่จังหวัดจันทบุรีได้ดำเนินการไปก่อนเป็นตัวอย่าง ประชุมด่วนสามัญ และหารือกระบวนการการรับสมัครสมาชิก  โดยพร้อมช่วงไหนอย่างให้ทีมวิทยากรจากจังหวัดจันทบุรีมาสนับสนุนความรู้เพิ่มเติม

    3)  การศึกษาดูงานเชิงลึก “สัจจะสะสมทรัพย์”  พระสงฆ์ที่ต้องการจะเดินทางมาเรียนรู้ที่จังหวัดจันทุบรี ขอให้แจ้งภายในวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2565 นี้ เพื่อวางแผนในการประสานงานต่อไป

    ท้ายสุด พระมหาสมยศ  ถามเชฏโฐ ป.ธ.๗ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดระยอง  วัดเนินพระ และคณะศรัทธา ได้ร่วมถวายปัจจัยเป็นกองทุนตั้งต้นเข้ากองบุญพระภิกษุอาพาธจังหวัดศรีสะเกษ  จำนวน  100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)

    ทั้งนี้ ในการสนับสนุนเวที มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ชัยณรงค์  คำแดง รายงาน

  • พระสงฆ์อีสาน ขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนค่านิยม “จัดงานบวชแบบเรียบง่ายเรียกว่า ผู้มีศรัทธาและปัญญา ส่วนจัดงานบวชแบบใหญ่โต เรียกว่า งานบวชอนาถา”

    พระสงฆ์อีสาน ขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนค่านิยม “จัดงานบวชแบบเรียบง่ายเรียกว่า ผู้มีศรัทธาและปัญญา ส่วนจัดงานบวชแบบใหญ่โต เรียกว่า งานบวชอนาถา”

    อีสาน ดินแดนที่ราบสูง ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย ดินแดนที่ได้ขึ้นชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนรักสนุก ภาษาอีสานเรียกว่า “มักม่วน” ซึ่งในท้องถิ่นของภาคอีสานนั้น มีศิลปะการแสดง การร้อง การลำ และดนตรี ที่สนุกสนาน เป็นที่นิยม ไม่เฉพาะในพื้นที่เท่านั้น แต่ได้รับการยอมรับอย่างวงกว้าง ทั่วทุกภูมิภาค ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ ความรักสนุกของคนอีสาน เมื่อมีการจัดงานบุญประเพณีขึ้น ก็มักมีการเลี้ยงฉลอง โดยการจัดการแสดง มีวงดนตรี สนุกสนานรื่นเริง จนหลายครั้ง มีการดื่มเหล้ากันเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้มากขึ้น ตามความเชื่อว่า ยิ่งเมา ยิ่งม่วน แทบไม่เว้นสักงาน แม้กระทั่งงานบวช ก็เช่นกัน ทำสืบต่อกันจนเป็นค่านิยม ที่เมื่อจัดงาน จะไม่มีเหล้า ไม่มีดนตรี ไม่มีมหรสพไม่ได้ งานจะไม่เป็นงานและจะไม่สนุกสนาน

    แต่ในภายหลัง เครือข่ายพรสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคอีสาน ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนในโครงการ บวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิด รูปแบบ และวิธีการในการจัดงานบวชสร้างสุข ก็ได้นำเอาไปขยายต่อกับ หน่วยงานองค์กรท้องถิ่น รวมถึงชุมชน มีการประชาสัมพันธ์ รณรงค์เชิญชวนให้จัดงานบวช แบบเรียบง่าย ประหยัด ปลอดเหล้า ปลอดภัย และป้องกันโควิด 19 ให้กับชาวบ้าน รวมถึงการให้แง่คิด เปรียบเทียบระหว่าง งานบวชแบบเก่า กับ บวชสร้างสุขวิถีใหม่ ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร และมีการสร้างค่านิยมใหม่ร่วมกับชุมชน ว่า “จัดงานบวชแบบเรียบง่ายเรียกว่า ผู้มีศรัทธาและปัญญา ส่วนจัดงานบวชแบบใหญ่โต เรียกว่า งานบวชอนาถา” เป็นการชวนให้ชาวบ้าน ได้คิดในมุมกลับกันว่า การจัดแบบเรียบง่ายถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย ไม่จัดเลี้ยงใหญ่โตนั้น มันเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรแล้ว ไม่ได้เป็นการจัดแบบตระหนี่ ขี้เหนียว ใจไม่ใหญ่ เหมือนที่คนส่วนใหญ่คิดอยู่ตอนนี้ หากแต่ การจัดแบบใหญ่โต มีการเลี้ยงฉลองอย่างเกินตัว เต็มไปด้วยอบายมุข มีการเลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์ ก่อให้เกิดความวุ่นวาย นั้นต่างหากที่เป็นการบวชแบบอนาถา คือ ไร้ซึ่งศรัทธาและปัญญา ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง 

    ทำให้ชุมชน ได้ตระหนักถึงค่านิยมที่เหมาะที่ควรมากขึ้น ได้หันมาจัดงานบวชที่เรียบง่ายกว่าเดิม ตามฉบับงานบวชสร้างสุข แล้วกว่า 14 งาน พระ 23 รูป มีการจัดงานบวชแบบ เรียบง่าย ประหยัด สิ่งใดที่เป็นอบายมุข หรือสิ่งที่จะก่อให้เกิดทุกข์ตามมาในภายหลัง เช่น การกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาจัดงานใหญ่โต การทะเลาะวิวาท การสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการเมา ก็ถอดออกไปจากการจัดงานบวช

    จากค่านิยมเดิม ๆ ที่เคยจัดมา ก็ปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้ถูกต้องเหมาะสมต่องาน ต่อกาลเทศะของงาน และจัดงานให้ตอบโจทย์กับวัตถุประสงค์ของงาน ว่า มันคือ งานบุญ ทำแล้วจะต้องได้บุญ ไม่มีสิ่งที่เป็นบาปเข้ามาเกี่ยวข้อง และพร้อมที่จะร่วมมือกัน ผลักดัน ให้เป็นค่านิยมใหม่ที่ถูกต้องและดีงาม ของชาวอีสานต่อไป