Category: งดเหล้า เข้าพรรษา

  • มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน คนหัวใจเพชร  ตำบลโพนสูง  จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2568

    มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน คนหัวใจเพชร ตำบลโพนสูง จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2568

    วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นอำเภอประทุมรัตต์ จัดเวทีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน คนเหล้าครบพรรษา และคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต ประจำปี 2568 ณ แปลงนาสามัคคี วัดคำม่วง ตำบลโพนสูง อำเภอประทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด

    โดยมี นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการ เป็นผู้มอบเกียรติบัตรให้กับคนที่สามารถงดเหล้า ครบพรรษา และคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต ในครั้งนี้

    นายปรีชา แสนรัตน์ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลโพนสูง มีการขับเคลื่อนงานณรงค์ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยการมีส่วนร่วมของเทศบาลตำบลโพนสูง รพ.สต.บ้านสามขา รพ.สต.บ้านจานใต้ วัดโพธิการามและชมรมคนหัวใจเพชรตำบลโพนสูง ทั้งการชวนคนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขับเคลื่อนการจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อการลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในปีนี้ตำบลโพนสูง ทั้ง 9 หมู่บ้าน มีคนร่วมลงนามงดเหล้า เข้าพรรษา 385 คน สามารถงดเหล้าครบพรรษา จำนวน 176 คน คนหัวใจเหล็ก จำนวน 108 คน และคนหัวใจเพชร 42 คน ร้านค้าร่วมปฏิบัติตามกฎหมาย 9 ร้าน นอกจากนั้นยังได้รับการสนับสนุนจากพระเดชพระคุณพระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอประทุมรัตต์ ในการขับเคลื่อนงานวัดส่งเสริมสุขภาพ และการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข และงานบุญปลอดเหล้าในพื้นที่ เพื่อรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชนต่อไป


    ภาพ/ข่าว เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • สสส.เครือข่ายงดเหล้า หนุนพลังเครือข่ายสถานประกอบการ ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาครบ 3 เดือน ผลลัพธ์เกินคาด ลดขาด-ลา มาสาย มีสุขภาพดี เพิ่มประสิทธิภาพงาน มีเงินเหลือ สร้างสุขทั้งตนเอง และองค์กร

    สสส.เครือข่ายงดเหล้า หนุนพลังเครือข่ายสถานประกอบการ ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาครบ 3 เดือน ผลลัพธ์เกินคาด ลดขาด-ลา มาสาย มีสุขภาพดี เพิ่มประสิทธิภาพงาน มีเงินเหลือ สร้างสุขทั้งตนเอง และองค์กร

    การรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ปี 2568 ภายใต้การขับเคลื่อนของ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยังคงได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสถานประกอบการทั่วประเทศ อีกหนึ่งโมเดลต้นแบบในการรณรงค์

    เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ประธานเครือข่ายงดเหล้า เปิดเผยว่า ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าอัตราความชุกของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากปี 2560 มีผู้ดื่มจำนวน 15.9 ล้านคน (ร้อยละ 28.4) เพิ่มเป็น 20.9 ล้านคน (ร้อยละ 35.2) ในปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทยกลับมาขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและเพศหญิง ขณะที่เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็น เบียร์ รองลงมาคือ สุราขาว และสุรากลั่นชุมชน

    ต้องขอชื่นชม สถานประกอบการ และโครงการ SHAP กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ร่วมขับเคลื่อนการรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” อย่างต่อเนื่อง จากความร่วมมือ จนเกิดกระบวนการเรียนรู้และแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรม ลด ละ เลิกการดื่ม พร้อมตระหนักถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทำงานให้ดีขึ้น ทั้งนี้ “การสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือหัวใจสำคัญ” เพราะช่วยให้สังคมเข้าใจคุณค่าของการงดเหล้าและเกิดกระแสสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เครือข่ายได้นำแนวคิด “มีสติ มีสุขได้ในทุกโอกาส” มาสื่อสารให้เห็นว่า การงดเหล้าไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือ “โอกาสในการดูแลตัวเองและคนรอบข้าง” ซึ่งมีผลต่อทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสำคัญที่สุดคือ ความสุขของครอบครัว

    นายวินัยศักดิ์ เหมืองทอง ผู้จัดการโครงการ SHAP เปิดเผยว่า เครือข่ายสถานประกอบการในโครงการ SHAP ร่วมรณรงค์ โครงการ งดเหล้าเข้าพรรษา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งสำหรับการพัฒนากิจกรรมพัฒนาผลิตภาพควบคู่กับสร้างเสริมสุขภาวะพนักงานในองค์กรเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะพนักงาน จากผลสำรวจค่าความสุของค์กรโดย Happy Meter โดยศูนย์ Happy Workplace Center พบว่าพนักงานในสถานประกอบการมีปัญหาการเงิน สุขภาพและความเครียด ทางโครงการจึงได้บูรณาการองค์ความรู้ เครื่องมือ และนวัตกรรมเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาวะ เช่น งดเหล้า–บุหรี่ ลดอาหารรสจัด เพิ่มการออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงาน

    โครงการ SHAP ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า ประสานมอบสื่อรณรงค์และเชิญชวนองค์กรร่วมลงนาม ปฏิญาณตน “งดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” พร้อมติดตามผลโดยนักสร้างสุขในพื้นที่ ปีนี้มีสถานประกอบการเข้าร่วมกว่า 396 แห่ง มีพนักงานร่วมงด–ลดการดื่ม 9,121 คน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการลดค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กว่า 10.6 ล้านบาท มีผู้ที่สามารถ เลิกดื่มได้สำเร็จ 190 คน และ เลิกสูบบุหรี่ 51 คน ซึ่ง สะท้อนพลังความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในการสร้างวัฒนธรรมสุขภาวะและสังคมปลอดปัจจัยเสี่ยงอย่างยั่งยืน ในการดำเนินการกิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากคณะทำงาน SHAP AGENTS จำนวน 20 หน่วยงาน ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ช่วยกันขับเคลื่อนโครงการด้วยจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง

    นางญาณิตา คนซื่อ ผู้จัดการฝ่าย Employee Experience บริษัท ลินเซ่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการปีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร เพราะเป็นปีแรกที่บริษัทดำเนินการในระดับองค์กรอย่างจริงจัง โดยมีพนักงานเข้าร่วมกว่า 1,400 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมด 1,600 คน

    เราทำด้วยใจและตั้งใจถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การรณรงค์นี้ทำให้พนักงานมีพลังบวก สุขภาพดีขึ้น และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนมีความสุขและรู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับองค์กรและสังคม”

    บริษัทได้นำแนวคิด Happy Workplace มาผสานกับแคมเปญงดเหล้า ผ่านการอบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพ การออมเงิน และการดูแลสุขภาพจิต พนักงานหลายคนเริ่มจากการ “ลดดื่ม” จนสามารถ “งดครบ 3 เดือน” ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนลงได้เฉลี่ย 3,000–5,000 บาท พร้อมเกิดความสัมพันธ์ที่ดีในทีมงาน ซึ่งทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีมงาน และครอบครัวอีกด้วย

    ด้านนางสาวดารา เอิบผักแว่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคล (HR Manager) บริษัท ไทยสหกิจการยาง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานมากกว่า 90% ของจำนวนทั้งหมดกว่า 100 คน “เรามีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ก่อนเข้าทำงานทุกวัน และพบว่าพนักงานมีสุขภาพดีขึ้น มีความพร้อมในการทำงานมากขึ้น มาทำงานตรงเวลา และปัญหาครอบครัวลดลงอย่างชัดเจน

    “ปีแรกอาจมีความท้าทายบ้าง แต่เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ดี องค์กรจึงขยายผลต่อในปีที่สอง ด้วยการสื่อสารผ่านคลิปวิดีโอเกี่ยวกับโรคต่างๆที่เกิดจากการดื่มสุรา แผ่นพับ บอร์ดประชาสัมพันธ์ และเวิร์กช็อปให้ความรู้เรื่องโทษของสุราและให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ พนักงานเริ่มเข้าใจและให้ความร่วมมือมากขึ้น “หลายคนเลิกดื่มได้ครบพรรษา สุขภาพดีขึ้น มีเงินเหลือเก็บ และที่สำคัญคือครอบครัวมีความสุขขึ้นมาก”

    สำหรับปีนี้ ผู้บริหารสถานประกอบการให้การสนับสนุนเต็มที่ เพราะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนทั้งด้านสุขภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน การลดการขาด–ลามาสาย และการสร้างบรรยากาศองค์กรที่เข้มแข็งและมีความสุข

    นางสาวดารา กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในบุคคลต้นแบบของบริษัทฯ ที่งดเหล้าติดต่อกัน 2 ปีในช่วงเข้าพรรษา เผยว่า การเลิกดื่มตลอดระยะเวลา 3 เดือน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น มีสมาธิในการทำงาน ภรรยาและลูกมีความสุขมากขึ้นเพราะมีเวลาให้ครอบครัว ที่สำคัญครอบครัวไม่ต้องทะเลาะกันเพราะเมาเหล้าอีก

    เภสัชกรสงกรานต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ช่วงสามเดือนของฤดูกาลเข้าพรรษาเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงระยะยาว ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม โดยแต่ละปีของการรณรงค์ไม่เพียงช่วยจุดประกายแรงจูงใจให้ผู้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ยังต่อยอดให้ “งดเหล้าเข้าพรรษา” กลายเป็น วัฒนธรรมสุขภาวะร่วมสมัย ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของผู้คนในชุมชนและสถานที่ทำงานทั่วประเทศ เพื่อก้าวไปสู่สังคมที่แข็งแรง ปลอดภัย และมีความสุขอย่างยั่งยืน.

  • ภาคกลาง-มหกรรมรวมพลังสร้างกระแส งดเหล้าเข้าพรรษา 2568 ภายใต้กรอบแนวคิด “มีสติ มีสุข ทุกโอกาส”

    ภาคกลาง-มหกรรมรวมพลังสร้างกระแส งดเหล้าเข้าพรรษา 2568 ภายใต้กรอบแนวคิด “มีสติ มีสุข ทุกโอกาส”

    วันที่ 6 กรกฎาคม 2568

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และประชาคมงดเหล้า 8 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และนครนายก พร้อมทั้งหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว มหกรรมรวมพลังสร้างกระแสงดเหล้าเข้าพรรษา 2568 ภายใต้กรอบแนวคิด “มีสติ มีสุข ทุก โอกาส” ณ วัดพิกุลทอง พระอารามหลวง อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี

    การจัดงานมหกรรมนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ เพื่อสร้างกระแสการรณรงค์เชิญชวนคนงดเหล้า ลด ละ เลิกเหล้า ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยอาศัยช่วง เข้าพรรษาเป็นฤดูกาลฝึกสติ ตั้งใจทำความดีที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม ตามแนวทาง “มีสติ มีสุข ทุกโอกาส” เพื่อสานพลังประชาคมและภาคีร่วมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในระดับพื้นที่ เพื่อสะท้อนบทบาทการขับเคลื่อนสร้างเสริมสุขภาพของประชาคม และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง 

    บรรยากาศภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ บูธนิทรรศการแสดงผลงานหรือกิจกรรมเด่นของเครือข่าย ประชาคมงดเหล้า 8 จังหวัด ซึ่งมีทั้งงานความรู้ สินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชนคนลด ละ เลิกเหล้า กลุ่มชาติพันธุ์ลดปัจจัยเสี่ยง และกิจรรมของเครือข่ายเยาวชน YSDN ภาคกลาง และ SDN Futsal No-L ภาคกลาง ที่เน้นเรื่องการสร้างแกนนำเยาวชนเพื่อขับเคลื่อนสังคมในการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมการดื่ม นำไปสู่การลด ละ เลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเด็กเยาวชน (ต้นน้ำ) และป้องกันการเกิดขึ้นของนักดื่ม นักสูบ นักเสพหน้าใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเยาวชนผ่านกิจกรรมสร้างสรรรค์ ห่างไกล จากปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด

    นอกจากนี้ มีเวทีเสวนาประเด็นชุมชนคนสู้เหล้าและภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง ภายใต้กรอบแนวทาง “ ME สติ ME สุข ทุก โอกาส” ประเด็นชุมชนคนสู้เหล้ามีแกนนำจากชุมชนต้นแบบ (ชุมชนตำบลหัวไผ่ จ.อ่างทอง ชุมชนบ้านหนองกระเบียน จ.ลพบุรี) มาเล่าถึงกระบวนการขับเคลื่อนงานงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยงในระดับพื้นที่ คนต้นแบบหัวใจเพชรเลิกเหล้า ตลอดชีวิต (คุณสมพงษ์ ปั้นความสุข กำนันชาญ ยิ้มจันทร์) เล่าประสบการณ์การเลิกเหล้าและการชวน ช่วย เชียร์ให้คน ลด ละ เลิกเหล้า

    ตัวแทนแกนนำเยาวชนนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง YSDN (ภานุเดช เพ็งบุญ แกนนำชมรมเยาวชนสร้างสรรค์สิงห์บุรี และแกนนำกลุ่มเด็กไม่เอาอ่าว) เล่าถึงการผลกระทบจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการป้องกันนักดื่ม นักสูบ นักเสพหน้าใหม่ ด้วยการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ศิลปะ ดนตรี กีฬา และการให้ความรู้สร้างความรู้สร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กและเยาวชน

    ในส่วนประเด็นภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง อาจารย์สหัส อมรรัตนานนท์ ตัวแทนจากเครือข่ายชาติพันธุ์ลดปัจจัยเสี่ยงภาคกลาง กล่าวถึงบทบาทและแนวทางการทำงานของเครือข่ายชาติ พันธุ์ภาคกลาง ผอ.เสริมวิทย์ สังวร เล่าถึงกระบวนการขับเคลื่อนงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงของชุมชนบ้านหนองกระเบียน ซึ่งเป็นชุมชนไทยวน พระครูสุนทรวิริยาภิวุฒิ แกนนำเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา เล่าถึงบทบาทการขับเคลื่อนงานงดเหล้าของเครือข่ายพระสงฆ์ เช่น งานบวชสร้างสุข ชุมชนคุณธรรม และคุณวินัย คล้ายหิรัญ เล่าถึงกระบวนการขับเคลื่อนอำเภอบูรณาการ อำเภอเมืองอ่างทอง ที่เน้นการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ซึ่งเป็นงานต้นน้ำ การจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของพื้นที่ ให้เอื้อต่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยง การเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง และการบำบัดฟื้นฟูผู้มีปัญหาและผลกระทบจากการดื่มสุรา

    ทั้งนี้ ภายหลังจากการเสวนา รศ.ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาก ในฐานะนักวิชาการได้เสริมพลังแสดงความคิดเห็นและให้ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานของเครือข่าย โดยกล่าวถึงการทำงานของภาคประชาคมสังคมที่ต้อง เน้นการขับเคลื่อนด้วยพลังข้อมูล พลังความรู้ พลังปัญญา และพลังคุณธรรม ที่สำคัญคือมีสติปฏิบัติอย่างต่อเนื่องให้เป็น การระเบิดจากภายใน  

    และช่วงเวลาที่สำคัญช่วงหนึ่งของงาน คือ การแถลงข่าวงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2568 ภาคกลาง ภายใต้กรอบแนวคิด “ ME สติ ME สุข ทุกโอกาส” อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจาก พระวัชรสิงหบุราจารย์ (ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี) ได้กล่าวถึงบทบาทของวัดและพระสงฆ์กับงานงดเหล้าเข้าพรรษา สรุปได้ว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันวัดและพระสงฆ์มีบทบาทในการส่งเสริมการรักษาศีล 5 ซึ่งศีล 5 ข้อสุดท้ายคือเว้นจากการดื่มสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เป็นเหตุให้ขาดสติ การงดเว้นจากการดื่มสุราถือเป็นการฝึกสติ ตามกฏหมายวัดเป็นสถานที่ ห้ามดื่มห้ามขายสุรา งานบุญประเพณีส่วนใหญ่ที่จัดในวัดก็เป็นงานปลอดเหล้า ในโอกาสเข้าพรรษาก็ได้ให้วัดในเขตปกครองได้ช่วยรณรงค์เชิญชวนคนรักษาศีล 5 งดเว้นจากการดื่มสุราอันเป็นเหตุแห่งความประมาท สามารถก่อความเสียหายอย่างยิ่งแก่ชีวิตได้ ด้านนายวราดิศร อ่อนนุช (รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี) กล่าวถึงบทบาทของจังหวัดในการสนับสนุนเชิงนโยบายกับงานงดเหล้าเข้าพรรษา โดยสรุปคือการสนับสนุนให้หน่วยงานทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา การงดเหล้า เข้าพรรษาเป็นกิจกรรมที่ดี ช่วยลดผลกระทบทางสุขภาพและอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน

    นายทนงชัย บูรณพิสุทธิ์ (ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง) กล่าวถึงกรอบแนวทางการ รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้ ที่นำเอาหลักธรรมสำคัญคือ สติ มาใช้ในการรณรงค์ สติ คือความระลึกรู้ ความตื่นตัว ไม่ประมาท เหมาะแก่ทุก ๆ คน เหมาะแก่ทุก ๆ โอกาส การใช้ชีวิตควรมีสติเป็นพื้นฐานเป็นเครื่องนำทาง ชีวิตจะได้ไม่ก้าว พลาด หรือทำชีวิตให้พังเพราะไม่รู้จักยับยั้งคือขาดสติ งดเหล้าเข้าพรรษาเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญและได้ผลของ เครือข่าย เป็นช่วงเวลาของการฝึกตนให้ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงสุขภาพอื่น ๆ ซึ่งปีนี้ ในส่วนของ ประชาคมงดเหล้าภาคกลาง 8 จังหวัด มีพื้นที่ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาเชิงคุณภาพ ไม่น้อยกว่า 13 อำเภอ 30 ตำบล 117 หมู่บ้าน และมีการรณรงค์ผ่านภาคีเครือข่ายอื่นๆ เช่น วัด โรงเรียน โรงงาน เป็นต้น คาดว่าจะมีคนลงนาม ปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้ ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน หลังออกพรรษาในพื้นที่ปฏิบัติการจะมีการรณรงค์ต่อเนื่องตลอดปี 

    นายทนุบูรณ์ กองจินดา (หัวหน้ากลุ่มโรคไม่ติดต่อ สำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี (สคร.4)) กล่าวถึงบทบาทและแนวทางการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานงดเหล้าเข้าพรรษา สรุปได้ว่าสำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี ได้สนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ เช่น สสจ. สสอ. รพสต. ในพื้นที่ร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีแผนในการตรวจเฝ้าระวังการทำผิดกฏหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา วัน สำคัญต่างๆ เป็นต้น ด้านนายก่อศักดิ์ จันทรวิจิตร (รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี) ได้กล่าวถึงบทบาทสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กับการควบคุมปัจจัยเสี่ยงและงานสร้างเสริมสุขภาพประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง ควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไม่เฉพาะเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า แต่รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ และดูแลสุขภาพประชาชนส่งเสริม ให้ทำเรื่องปัจจัยสร้างเสริมสุขภาพ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวที่เอื้อต่อ การมีสุขภาพที่ดี และการเว้นจากสิ่งเสพติดมึนเมา เป็นต้น  ด้านนายเมธา ยาดี (ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี) ได้ให้มุมมองด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกับงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา จังหวัดสิงห์บุรีเคยเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 1 ของประเทศ และมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวชุมชน และอื่น ๆ เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างรายได้ในจังหวัด กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาไม่ได้กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่สร้างบรรยากาศแห่ง ความปลอดภัย อันเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนมาเที่ยวมากขี้น  

    ปิดท้ายงานแถลงข่าวมหกรรมรวมพลังสร้างกระแสงดเหล้าเข้าพรรษา“มีสติ มีสุข ทุกโอกาส” ด้วยขบวนแห่เทียนพรรษาของเครือข่ายประชาคมงดเหล้า 8 จังหวัดภาคกลาง เครือข่ายชาติพันธุ์ลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายโรงเรียน และเครือข่ายเด็กเยาวชน มอบถวาย ณ พระอุโบสถวัดพิกุลทอง พระอารามหลวง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี

  • ขอนแก่นจัดใหญ่วันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา รวมพลังชาวพุทธเวียนเทียน–ถวายเทียน–งดเหล้า พร้อมลงนามขับเคลื่อนวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2568

    ขอนแก่นจัดใหญ่วันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา รวมพลังชาวพุทธเวียนเทียน–ถวายเทียน–งดเหล้า พร้อมลงนามขับเคลื่อนวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2568

    วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ณ วัดธาตุพระอารามหลวง เขตเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้มีการจัดพิธีเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยมี พระราชพัฒนวัชรบัณฑิต รศ.ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เจ้าอาวาสวัดธาตุพระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

    ภายในงานได้มีพิธี ถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และ เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและปลูกฝังจิตสำนึกการเข้าวัดทำบุญให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ พร้อมกันนี้ จังหวัดขอนแก่นได้ประกาศขับเคลื่อนนโยบาย “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลัก อาทิ จังหวัดขอนแก่น , คณะสงฆ์จังหวัดขอนแก่น , สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น, องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น, เทศบาลนครขอนแก่น, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น, พุทธสมาคมจังหวัดขอนแก่น , เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

    นายไกรสร กองฉลาด กล่าวว่า

    “วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เราได้เห็นเด็ก เยาวชน และครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ร่วมสืบสานประเพณีงดเหล้าเข้าพรรษา และที่สำคัญคือการที่จังหวัดขอนแก่นร่วมกับภาคีเครือข่ายสนับสนุนนโยบายระดับชาติในการลด ละ เลิกสุรา เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีแก่ประชาชน”

    พร้อมเน้นย้ำว่า ปีนี้จะมีการขับเคลื่อนกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาให้เข้าถึง 26 อำเภอทั่วจังหวัด ผ่านกิจกรรมเวทีปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา การรณรงค์เข้าร่วมโครงการ “เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้า” การคัดกรองผู้ดื่มเข้าสู่ระบบบำบัด การใช้กลไกชุมชนคนสู้เหล้าครบวงจรในพื้นที่ต้นแบบ 6 อำเภอ และการบูรณาการหน่วยงานในระบบ “บ้าน วัด โรงเรียน” รวมถึงการใช้ รพ.สต. เชื่อมโยงดูแลผู้ดื่มในระดับครัวเรือน

    จังหวัดขอนแก่น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษานี้ เพื่อสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น สังคมปลอดภัย และร่วมสร้างสังคมคุณธรรมด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอย่างการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    #ผู้ว่าฯชวนงดเหล้า#งดเหล้าเข้าพรรษา

    #มีสติมีสุขทุกโอกาส

    #ชาวขอนแก่นงดเหล้าเข้าพรรษา

  • เทศบาลเมืองกระนวน เตรียมความพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า สานพลังชุมชน “งดเหล้าครบพรรษา” ประจำปี 2568

    เทศบาลเมืองกระนวน เตรียมความพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า สานพลังชุมชน “งดเหล้าครบพรรษา” ประจำปี 2568

    วันที่ 4 กรกฎาคมพ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองกระนวน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น เทศบาลเมืองกระนวนร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน จัดกิจกรรม เตรียมความพร้อมตามโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาประจำปี 2568 มีสติ มีสุข ทุกโอกาส ซึ่งเป็นการเป็นการสื่อสาร การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อเชิญชวนประชาชนทั่วไป ลดละเลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยใช้โอกาสเทศกาลเข้าพรรษาที่จะมาถึงในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งได้รับการประกาศจากคณะรัฐมนตรีให้เป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ในการขับเคลื่อน พร้อมกันทั้งประเทศ เป็นการบูรณาการแผนงานร่วมกับโครงการ “ เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้าและเข้าสู่การบำบัดรักษา“ โดย กรมควบคุมโรค ซึ่งมีการเชิญชวนลงนามงดเหล้า ผ่านระบบ QR Code มีแกนนำชุมชน อ.สคล.อสม เป็นผู้ดำเนินงานหลักร่วมกับกองสาธารณสุขเทศบาลเมืองกระนวน

    เวทีได้รับเกียรติจากนางนภาพร นิ่มสุวรรณ นายกเทศมนตรีเมืองกระนวน ประธานในพิธีเปิดฯ ร่วมด้วย นายกิตติยศพริ้งเกษมชัย รองนายกเทศมนตรีฯ นายศิรณัฎฐ์ มหาจตุรงค์ยุทธ รองนายกเทศมนตรีฯ และคณะผู้บริหาร เลขานุการนายนายกเทศมนตรีฯ ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาลฯ สำนักปลัดฯ กล่าวรายงานความเป็นมาของการดำเนินโครงการ โดย นายทวีวงษ์ พันธุระ ปลัดเทศบาลเมืองกระนวน

    กิจกรรมในเวทีประกอบด้วย

    1. พิธีมอบเกียรติบัตรให้กับประชาชนใน เขตเทศบาล ในฐานะผู้เข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าครบพรรษาประจำปี 2567

    2. บรรยายพิเศษ “ เทคนิคการรักษาสุขภาวะที่ดี และการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยปลอดโรค” วิทยากรจากเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    3. เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาประจำปี 2568 ชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน นำเสนอแนวทางการบูรณาการแผนงาน โครงการ “ เชิญ ชวน เชียร์ ลดละเลิกเหล้าและเข้าสู่การบำบัดรักษา“ โดยกรมควบคุมโรค

    นางนภาพร นายกเทศมนตรีฯ กล่าวว่า “ เทศบาลเมืองกระนวนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยมีแนวทางการสนับสนุนการ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ดูแลทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงผู้สูงอายุ ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา จึงขอเชิญชวนประชาชนคนกระนวน ร่วมกันลดละเลิกเหล้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระชนมมายุ 73 พรรษา ”

    อำเภอกระนวนเป็นพื้นที่ที่มีการปฏิบัติงานลดปัจจัยเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้บริหารระดับอำเภอทุกภาคส่วน พร้อมทั้ง ให้การสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์เยาวชน ผ่านแกนนำเยาวชน Y-SDN สภาเด็กและเยาวชน ทูบีนัมเบอร์วัน และยังขยายผลไปสู่งานจัดสภาพแวดล้อมในงานบุญประเพณีงานเทศกาลสำคัญปลอดเหล้า เช่นงานบุญบั้งไฟประจำปี รวมทั้งโครงการสร้างจิตสำนึกและปลูกพลังบวกให้กับเด็กปฐมวัย โดยเป็นการอบรมให้ความรู้แก่ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้นำเครื่องมือไปใช้กับเด็กในความดูแล เพื่อให้เด็กรู้จักปฏิเสธและมีความเข้าใจเรื่องปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ยังเด็ก

    การดำเนินกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งแผนการดำเนินงานเพื่อแก้ใขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน ผ่านกลไกการทำงานร่วมกันระหว่าง คณะทำงานบ้าน วัดโรงเรียน อปท. รพ.สต. โดยสร้างแกนนำทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และกลุ่มเด็กเยาวชนเพื่อเร่งสร้างความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนทั่วไป เข้าถึงข้อมูลการดูแลรักษาสุขภาพ เข้าใจโทษภัย รวมทั้งผลกระทบจากการดื่ม รวมทั้งการเฝ้าระวังบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังร่วมกันออกแบบแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างความยั่งยืน หวังลดสถิตินักดื่มระดับประเทศ เนื่องจากจังหวัดขอนแก่นมีสถิติของนักดื่มสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีสูงถึง 64.1% (ผลสำรวจประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ) อีกทั้งผลสำรวจต่างๆยังชี้ให้เห็นว่า ผลสำรวจ ณ ปีพ.ศ. 2567 คนไทยบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงที่สุดในรอบ 17 ปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

  • อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าขับเคลื่อน “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ประจำปี 2568

    อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าขับเคลื่อน “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ประจำปี 2568

    เช้าวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองเรือ นายทวิช พิมพะ นายอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีลงนามปฏิญาณตน ประกาศเจตนารมย์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2568 พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ขับเคลื่อนนโยบายสนับสนุนวันงดดื่มสุราแห่งชาติ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น “งดเหล้าเข้าพรรษา เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้า และเข้าสู่ระบบบำบัดรักษา” ประจำปี 2568 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 16 ตำบล

    ก่อนเริ่มพิธีมีกิจกรรมตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อในชุมชน NCDs ให้ความรู้โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองเรือ และกิจกรรมขยับกายสบายชีวิต จากสาธารณสุขอำเภอหนองเรือ โอกาสนี้ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth ร่วมบูรณาการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ร่วมกับ นายอำเภอหนองเรือ สาธารณสุขอำเภอหนองเรือ ท้องถิ่นอำเภอหนองเรือ พัฒนาการอำเภอหนองเรือ สถานีตำรวจภูธรหนองเรือ เทศบาลตำบลหนองแก เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น โดยเป้าหมายในการ เพื่อต้องการ ลดอัตราการดื่ม ลดปัญหาอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากการดื่ม เสริมสร้างคุณธรรม สุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชน และใช้โมเดลเทศบาลหนองแกเป็นพื้นที่ต้นแบบ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานเข้มข้น โดย

    1. รณรงค์ให้พี่น้องประชาชน ลด ละ เลิกเหล้า เข้าระบบบำบัดรักษาอย่างจริงจัง
    2. จัดเวทีปฏิญาณตน 16 ตำบล พร้อมระบบ “ช่วย ชม เชียร์” ผู้สมัครงดเหล้า
    3. สร้างต้นแบบชุมชนคนสู้เหล้า เทศบาลตำบลหนองแก
    4. ลดผลกระทบเหล้า อุบัติเหตุ ปัญหาครอบครัว เสริมสุขภาวะและคุณธรรม

    เป้าหมายสำคัญในการดำเนินงาน

    1. เป็นการขับเคลื่อนตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ ครอบครัว ชุมชน และสังคม
    2. เชิญชวนประชาชนลด ละ เลิกเหล้า ในช่วงเข้าพรรษา และเข้าระบบบำบัดรักษาให้ได้ผลจริงจัง
    3. จัดเวทีปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษาระดับตำบล 16 ตำบล และมีระบบติดตามเสริมพลัง “ช่วย ชม เชียร์” ผู้สมัครงดเหล้าเข้าพรรษา

    โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น

    1. สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานรัฐ วัด โรงเรียน ร้านค้า ผู้ประกอบการ
    2. รณรงค์ห้ามขาย ห้ามดื่มในสถานที่ตามกฎหมาย เช่น วัด สถานศึกษา สถานที่ราชการ สวนสาธารณะ
    3. สนับสนุนการคัดกรองผู้ดื่มในชุมชน บำบัดคัดกรองและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
    4. มีต้นแบบชุมชนคนสู้เหล้าครบวงจรในเทศบาลตำบลหนองแก