Category: ชุมชนคนสู้เหล้า

  • มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน คนหัวใจเพชร  ตำบลโพนสูง  จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2568

    มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน คนหัวใจเพชร ตำบลโพนสูง จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2568

    วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นอำเภอประทุมรัตต์ จัดเวทีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน คนเหล้าครบพรรษา และคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต ประจำปี 2568 ณ แปลงนาสามัคคี วัดคำม่วง ตำบลโพนสูง อำเภอประทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด

    โดยมี นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการ เป็นผู้มอบเกียรติบัตรให้กับคนที่สามารถงดเหล้า ครบพรรษา และคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต ในครั้งนี้

    นายปรีชา แสนรัตน์ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลโพนสูง มีการขับเคลื่อนงานณรงค์ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยการมีส่วนร่วมของเทศบาลตำบลโพนสูง รพ.สต.บ้านสามขา รพ.สต.บ้านจานใต้ วัดโพธิการามและชมรมคนหัวใจเพชรตำบลโพนสูง ทั้งการชวนคนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขับเคลื่อนการจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อการลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในปีนี้ตำบลโพนสูง ทั้ง 9 หมู่บ้าน มีคนร่วมลงนามงดเหล้า เข้าพรรษา 385 คน สามารถงดเหล้าครบพรรษา จำนวน 176 คน คนหัวใจเหล็ก จำนวน 108 คน และคนหัวใจเพชร 42 คน ร้านค้าร่วมปฏิบัติตามกฎหมาย 9 ร้าน นอกจากนั้นยังได้รับการสนับสนุนจากพระเดชพระคุณพระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอประทุมรัตต์ ในการขับเคลื่อนงานวัดส่งเสริมสุขภาพ และการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข และงานบุญปลอดเหล้าในพื้นที่ เพื่อรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชนต่อไป


    ภาพ/ข่าว เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • เครือข่ายงดเหล้าและสสส. จับมือภาคีเครือข่ายจัดค่ายสานพลังครอบครัวฯ

    เครือข่ายงดเหล้าและสสส. จับมือภาคีเครือข่ายจัดค่ายสานพลังครอบครัวฯ

    เดินหน้ายุทธการหักหอกเป็นดอกไม้ดูแลแคร์ใจต้านภัยปัจจัยเสี่ยงฟื้นฟูคืนคนดีสู่สังคม

    เมื่อเร็วๆนี้ เครือข่ายงดเหล้า ภายใต้ การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมืองกองทัพบก มณฑลทหารบกที่ 12 จังหวัดปราจีนบุรี และโรงพยาบาล อำเภอนาดี จัดโครงการค่ายสานพลังครอบครัวไทยต้านภัยวิกฤตจิตเวช ภายใต้ยุทธการ “การหักหอกเป็นดอกไม้” ในกิจกรรม “ร้อยใจให้โอกาสในอ้อมกอดของครอบครัว” กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายสมใจพุทธเสนานายอำเภอนาดี ประธานในกิจกรรม ซึ่งให้ความสำคัญในการดูแลเคสเหล่านี้  ณ วังตะพาบรีสอร์ท ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  

    นางปทุมรัตน์เกตุเล็ก ประชาคมจังหวัดปราจีนบุรี อดีตพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มจิตเวช และยาเสพติด กล่าวว่า จากการดำเนินงานชุมชนคนสู้เหล้าในพื้นที่อำเภอประจันตคาม กว่า 10 ปี เรามีคนเลิกเหล้าสำเร็จ เป็นจำนวนไม่น้อย แต่ปัญหาที่มากกว่านั้น คือ มีผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้น จากยาเสพติด เกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ทำร้ายร่างกาย ลักขโมยในชุมชน จึงขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนล้อมรักษ์ ต่อยอดจากการทำงานชุมชนคนสู้เหล้าบ้านเกาะมะไฟ ต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง สามารถส่งต่อผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างเป็นกระบวนการ ด้วยยุทธการหักหอกเป็นดอกไม้ เป็นการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจิตเวชที่เกิดจากปัญหาแอลกอฮอล์ และยาเสพติด เป็นพื้นที่ตัวอย่างของความร่วมแก้ปัญหาวิกฤติจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูง โดยใช้ชุมชนเป็นฐานจัดกระบวนการ พลิกใจให้เลิกยา มีระบบดูแล ติดตามจนผู้ป่วยจิตเวชกลับคืนสู่สังคมได้สำเร็จ

    วิธีการ คือ เตรียมความพร้อมชุมชน ด้วยแนวทางดูแลเคสวิกฤตจิตเวช “โมเดลร้อยใจให้โอกาสในอ้อมกอดของชุมชน” /ส่งมอบเคสให้ชุมชนดูแลเคสต่อเนื่อง เราทำงานกันเป็นทีม ทีมโอบอุ้ม คอยเตือน ทีมวิกฤต ส่งต่อ และการเจรจาร้านค้าในพื้นที่ ที่ผ่านมาการดำเนินงานของอำเภอประจันตคามมีปัจจัยสำเร็จอยู่ที่ทีมงานเข้มแข็ง  มีความรู้  ประสานสื่อสารความรุนแรงผ่านกรุ๊ปไลน์ปักหมุดหยุดวิกฤตติดตามครอบคลุม อุปสรรคสำคัญคือญาติไม่รับกลับบ้าน / ชุมชนไม่กล้าดูแล  สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ การทำงานเป็นทีมช่วยได้มากก้าวต่อไป จึงจำเป็นต้องหาเจ้าภาพร่วม ทำชุมชน/ เทศบาล/ อบต.ต้นแบบ ดูแลจิตเวชวิกฤต (SMIV) อีกทั้งยังพบว่า วิธีทำให้เกิดความยั่งยืน คือพื้นที่/ชุมชนเป็นเจ้าของปัญหา ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการตนเอง และดูแลเคสได้จริง

    ด้านนางนวรัตน์นาคทองผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลบ้านหอย บ้านเกาะมะไฟ เปิดเผยว่า  เริ่มต้นเราทำรณรงค์ชุมชนคนสู้เหล้า โดยชมรมคนหัวใจเพชรเลิกเหล้า จากนั้น เกิดการระบาดของสารเสพติด เมื่อพบผู้ป่วยก็แจ้งตำรวจ จับแล้วก็ปล่อยกลับ เป็นอยู่แบบนี้ จึงส่งตัวเข้าสู่ระบบการรักษาของหมอที่โรงพยาบาลจิตเวชประมาณ 1 เดือน แต่ กลับออกมาแล้ว ญาติก็ไม่สามารถดูแลให้ผู้ป่วยกินยาได้ เนื่องจาก ผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้สารเสพติด เขาจะอาละวาดคลุ้มคลั่ง ทุบตี พ่อแม่ ทำร้ายข้าวของในครอบครัว แล้วก็สร้างความเดือดร้อน ก่อความรำคาญก้าวร้าวให้กับชุมชน 

    การจะรับกลับมาในชุมชน ต้องปรับทัศนคติตัวเองก่อน เราต้องอ่อนโยนลง เราเห็นพยาบาลพูดจาดี แล้วคนป่วยเชื่อ คนป่วยยอมกินยา กับ พยาบาล ผู้ใหญ่ก็เอามาปรับใช้ ให้ความรัก/อ่อนโยน ชื่นชมเขา ทำให้เขามีตัวตน/คุณค่าในชุมชน/สังคม ผู้ป่วยจิตเวช เขารู้สึกได้ว่าใครจริงใจกับเขา คือ เราพยายามแสดงออกทุกวิถีทาง เพื่อให้เขารู้ว่า เราเป็นห่วงเขา ขณะนี้ที่ผู้ใหญ่ดูแลอยู่ 4 เคส เป็นสีเหลือง 3 Case (ที่ยังต้องกินยาอยู่) และ สีเขียว คือ สะอาดแล้ว 1 เคส (เรียกว่ารอด) นับเป็นความสำเร็จก้าวแรก 

    นางสาวณัฐชุตาประสมศรี (คุณแม่น้องชบานามสมมุติ) อายุ 56 ปี กล่าวว่า ที่ผ่านมาครอบครัวเรา อบอุ่นดี แม่ไม่เคย ดุด่าตีลูก …แม่มีพ่อเลี้ยง น้องก็เริ่มมีแฟน เราเลยห่างๆกัน แม่รู้สึกว่าลูกไม่ค่อยใกล้ชิดกับแม่ เพราะน้องไปอยู่กับแฟน ขับรถส่งของ เพื่อนๆ ที่เขาดื่มเหล้าด้วยกันประจำ ใช้สารเสพติดกันเยอะ น้องก็ใช้ด้วยกันกับแฟน  พอสังเกตอาการน้องเริ่มแปลกๆ พูดคนเดียว อาการฉุนเฉียว หงุดหงิดโมโหง่าย เขาจะเห็นบางสิ่งที่คนปกติไม่เห็น ได้ยินเสียงที่เราไม่ได้ยิน เหมือนหูแว่ว เมื่ออาการไม่ดีขึ้น แม่เลยปรึกษาทางแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาการน้องหนักมากขึ้น แม่เลยโทรตามเจ้าหน้าที่มารับตัว ซึ่งตอนนี้น้องมาบำบัดรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อำเภอนาดี

    ค่ายครอบครัวครั้งนี้ แม่มาเพื่อเรียนรู้เข้าใจผู้ป่วยกลุ่มนี้ เราจะช่วยลูกได้อย่างไร? ต้องดูแลร่างกาย จิตใจให้เขาฟื้นกายใจได้กลับมาเป็นปกติได้อย่างไร? เมื่อลูกเป็นแบบนี้ แม่คิดว่าถ้าไม่ตัดสินใจออกมาดูแลลูกก็คงจะไม่ได้ลูกกลับคืนมา แม่คิดว่าน้องต้องเข้ารับการบำบัด ซึ่งแม่ก็ได้มาดูแลน้องได้  2 เดือนแล้ว ขณะนี้ลูกดีขึ้น ประมาณ 50% แล้ว แต่เขายังจำบางเรื่องไม่ค่อยได้ แม่มีกำลังใจที่จะต่อสู้เอาลูกกลับคืนมาเหมือนเดิม และคืนมาอยู่ด้วยกันกับครอบครัวสู่สังคมอย่างมีความสุข

    นางสาวอารีย์เหมะธุลินผู้จัดการเครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันออก กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสานพลังครอบครัวฯ แคร์ใจในชุมชน ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 14 ครอบครัว จากที่เราทำงานเรื่องเหล้าในชุมชนพบว่าคนที่เคยดื่มหนักมาก่อนเขาจะก้าวไปสู่สารเสพติดขั้นที่มากกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงในสังคม ที่เราไม่อาจมองผ่านได้ เมื่อลูกหลานของพวกเราก้าวพลาดไป เราต้องร่วมมือกันประคับประคอง เตรียมพร้อมดูแลให้พวกเขากลับคืนสู่ครอบครัว และอยู่ในชุมชน/สังคม ได้อย่างมีความสุข

  • ชมรมคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    ชมรมคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน จัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยง ภาคอีสานตอนบน ระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน พ.ศ. 2567 ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนไผ่/วัดศรีบุญเรือง ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

    เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ มีชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) เข้าร่วม 10 ชมรม เพื่อร่วมพูดคุกระบวนการดำเนินงานในพื้นที่ตัวเองใช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการศึกษาดูงานในพื้นที่ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนมอีกด้วย ซึ่งพื้นที่ของอำเภอนาทมที่ดำเนินงานขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยง มี 2 ตำบล คือ ตำบลหนองซน และ ตำบลดอนเตย ส่วนพื้นที่ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้แก่ ชมรมคนหัวใจเพชร ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ, ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด, ชุมชนกกม่วงชี ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย, ตำบลหนองโน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น, ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด, ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และตำบลหนองไผ่ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

    การแลกเปลี่ยนกระบวนการขับเคลื่อนงานในชุมชนคนสู้เหล้า หลายพื้นที่ได้แชรไอเดียกาทำงานร่วมกัน เช่น

    ไอเดีย-นวตกรรม ชวนคนงดเหล้าใหม่ๆ มีอะไรบ้าง/อยากทำอะไรบ้าง? ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนดังนี้

    1. ทำร่วมทั้งอำเภอนาทม หนองซน/ดอนเตย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้มีกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม ทำเครือข่ายให้ชัดเจน อย่าง อสม. มีสวัสดิการ ให้คนอยากเข้าร่วม มีการดูแลสมาชิกชมรม ส่งเสริมอาชีพให้ชัดเจน ที่มีอยู่คือน้ำดื่ม สนับสนุนให้มีอาชีพเสริม งานศพปลอดเหล้าดูแล ส่งเสริม ส่งเสริมกลุ่มนางรำ
    2. นำนวตกรรมสมุนไพรงดเหล้า ไปชวนคนเลิกเหล้า เพิ่มการผลิต เพิ่มสูตร
    3. ขับเคลื่อนแผนงานนโยบายร่วมกับกลไกหลัก
    4. หากลุ่มสัมมาชีพให้นักดื่ม อยากทำน้ำดื่มสมุนไพรลดการอยากแอลกอฮอล์
    5. ใจร้อยใจลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด
    6. กิจกรรมวิ่งหารายได้ ซื้อเครื่องช่วยหายใจ(ผลิตออกซิเจน) ให้กับสถานพยาบาลในชุมชน ใช้ทุนทรัพยากรคน ออกมาวิ่ง จัดกิจกรรมหาทุน นำทุนหนุนเสริมกิจกรรมเยาวชน
    7. ชุมชนมีสัมมาชีพการนวดแผนไทย ครอบครัวไหนเลิกได้ จะแจกลูกประคบให้ไปใช้งาน หรือส่งเสริมการสร้างอาชีพ สอนนวดสร้างรายได้
    8. ให้รางวัลเชิดดูเกียรติเป็นเงินผู้ที่งดเหล้าเข้าพรรษา ต่อเนื่อง ครบ 3 ปี จะได้รางวัล และรางวัลผู้ที่ตั้งใจจะงดเหล้าตลอดชีวิต โดยมีการมอบรางวัลในปีที่ 3 (เพราะเชื่อว่า งดได้มา 3 ปีแล้ว จะมาสามารถงดได้ต่ออีกแน่นอน เป็นการให้กำลังใจ)
    9. กิจกรรมวิ่งสะสมระยะชวนคนรักสุขภาพ
    10. โรงเรียนลดเหล้า มีกิจกรรมการสอน ชวนคนลด ละ เลิกเหล้า ดึงจิตอาสาจากปาร์ครันทุ่งกุลา คนหัวใจเพชร กลุ่มคนต้นแบบ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเดือนละ 1 ครั้ง มีการติดตามการดื่ม ว่าลดได้แล้วหรือยัง ลดยังไงบ้าง ชวนเด็กเข้ามามีส่วนร่วมกับผู้ปกครอง และมอบใบประกาศ สนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์เด็ก เยาวชน เรื่องการแสดงออก

    ชุมชนคนสู้เหล้าตำบลหนองซน

    ตำบลหนองซน ด้วยความร่วมมือระหว่าง ชุมชน ชมรมคนหัวใจเพชร วัด สถานศึกษา กลุ่มเยาวชน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีส่วนร่วมดำเนินงานขับเคลื่อนชุมชนลปัจจัยเสี่ยง ได้จัดการต้อนรับผู้าเยือน ด้วยการนำเสนอการดำเนินงาน การแสดงของการมีส่วนร่วมจากคนสามวัย การแสดงและจำหน่ายสินค้าในชุมชน ตอคณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประกอบไปด้วย

    กิจกรรมหลัก

    1. การแสดงสวดสรภัญญะ
    2. จากแสดงรำหางนกยูง จากเด็กเยาวชนในชุมชน
    3. การแสดงรำ จากกลุ่มนางรำทำขนม ตำบลหนองซน
    4. การนำเสนอกระบวนการขับเคลื่อนงาน ชุมชนคนสู้เหล้าตำบลหนองซน/ตำบลดอนเตย และรักษาการเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ตำบลหนองซน

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • แกนนำชุมชนบ้านไทรทอง ประชุมติดตามคนงดเหล้าเข้าพรรษาในชุมชน

    แกนนำชุมชนบ้านไทรทอง ประชุมติดตามคนงดเหล้าเข้าพรรษาในชุมชน

    วันที่ 10 กันยายน 2567 นางหทัยรัตน์ คงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านไทรทอง และแกนนำชุมชนคนสู้เหล้า จัดประชุมสรุปผลการการดำเนินงานและติดตามคนงดเหล้าในช่วงต้นพรรษาและกลางพรรษาที่ผ่านมา โดยผลการลงพื้นติดตามและหนุนเสริมผู้ร่วมลงนามและปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษาด้วยกระบวนการ ชวน ช่วย ชม เชียร์ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ผู้ร่วมลงนามและปฏิญานตนงดเหล้าในชุมชน ใช้โอกาสงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นในการดูแลตนเองและเป็นสัญญาใจกับคนในครอบครัว เพื่อให้สามารถงดเหล้าได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงการเชิญชวนคนงดเหล้าในชุมชนร่วมกันอนุรักษ์นกเงือกและทรัพยากรป่าชุมชนอย่างต่อเนื่อง ณ ชุมชนบ้านไทรทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ชุมชนประชาอุดม เปิดศูนย์ “เพาะถั่วงอก เลิกเหล้า สร้างรายได้”

    ชุมชนประชาอุดม เปิดศูนย์ “เพาะถั่วงอก เลิกเหล้า สร้างรายได้”

    ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดภูเก็ตและแกนนำชุมชนประชาอุดม ได้จัดกิจกรรมเปิดศูนย์ “เพาะถั่วงอก เลิกเหล้า สร้างรายได้” ณ ชุมชนประชาอุดม ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นมาจาการการเชิญชวนคนในชุมชนร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา 3 เดือน และมีสมาชิกที่สนใจจำนวน 10 คน และนายชัยชนะ ชัยภักดี คนเลิกเหล้าเปลี่ยนชีวิต จ.ภูเก็ต ได้สนับสนุนพื้นที่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการทำกิจกรรมเพาะถั่วงอกร่วมกันของสมาชิก รวมถึงใช้เป็นพื้นที่การเรียนรู้และส่งเสริมการสร้างรายได้ในครอบครัว และเมื่อจำหน่ายผลผลิตก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากจากคนในพื้นที่อีกด้วย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • เครือข่ายชาวบ้านและประชาสังคมชุมพร ระดมความเห็นเสนอ 6 ข้อกังวล 6 ข้อ เสนอกับกรรมาธิการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เครือข่ายชาวบ้านและประชาสังคมชุมพร ระดมความเห็นเสนอ 6 ข้อกังวล 6 ข้อ เสนอกับกรรมาธิการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    วันที่ 18 มิถุนายน 2567  เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีและการแปรรูปตำบลวังไผ่ ร่วมกับ ภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพรและสื่อมวลชน ร่วมประชุมหารือถึงข้อห่วงใยต่อการแก้ไข พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่จะมีผลกระทบต่อเด็ก-เยาวชนประชาชนมากขึ้น ดังนี้

    1. ต้องไม่ทำให้ปัญหาผลกระทบ จำนวนนักดื่มเพิ่ม และเยาวชนหน้าใหม่ ซึ่งจะไปสร้างปัญหาสังคมและสุขภาพ
    2. ต้องทลายทุนผูกขาด ไม่เอื้อประโยชน์ทุนรายใหญ่ โดยอ้างรายย่อย เพราะเป็นเสมือนการเปิดทางรายใหญ่ที่ย่อยผูกขาดยิ่งขึ้นไปอีก
    3. ต้องให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบความเสียหายอันตราย โดยเฉพาะมาตรา 33 นอกจากจะดูแลผู้คิดสุราแล้ว ให้เพิ่มผู้ได้รับผลกระทบที่ธุรกิจจะต้องมารับผิดชอบด้วย
    4. เสนอการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการควบคุมจังหวัด และท้องถิ่นในการพิจารณาการจัดการการอนุญาตหรือไม่อนุญาต และแก้ปัญหาผลกระทบและเอาผิดผู้ประกอบการ รวมทั้งงบประมาณดำเนินการที่เพียงพอ
    5. เสนอให้ลดโทษทางปกครองเป็นปรับเป็นพินัยจากเดิมเป็นโทษทางอาญา สำหรับความผิดของประชาชนในสถานที่ดื่มต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อประขาชน แต่ต้องเข้มงวดกับผู้ประกอบการรายใหญ่
    6. เครือข่ายไม่ยอมรับการผ่อนปรนมาตรการ เช่น การขยายเวลาขาย  หรือ การโฆษณาที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการโดยไม่มีความรับผิดชอบใด ๆ ตามที่มีการประชุมข้อเสนอจากฝั่งผู้ประกอบการ

    โดยนางปราณี ภูมิรินทร์  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีและการแปรรูปตำบลวังไผ่ และ ประธาน อสม.ระดับจังหวัด กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคมด้านสุขภาพและกลุ่มผู้หญิงในจังหวัดชุมพร ที่มีข้อกังวลต่อการปรับแก้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะมีความเสรีและจะส่งผลกระทบต่อเด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไปมากขึ้น ซึ่งทราบว่าขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการจึงร่วมกันระดมข้อเสนอและส่งต่อถึงประธานกรรมาธิการฯในรูปแบบจดหมาย ดังนี้

    1. ขอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. …. พิจารณาดำเนินการให้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างครอบคลุมรอบด้าน สร้างการมีส่วนร่วมที่สมดุลมากกว่าการเปิดพื้นที่รับฟังจากกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  
    2. ขอให้กรรมาธิการ ปรับปรุงแก้ไขร่าง พรบ. โดยยึดหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น  สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  
      ท้องถิ่นควรมีสิทธิในการออกมาตรการ  การป้องกันแก้ไขปัญหา  บัดฟื้นฟู  รวมไปถึงการออกแบบงานเทศกาล (Festival) ที่จัดขึ้นในพื้นที่ชุมชน (Soft Power)
    3. ขอให้กรรมาธิการพิจารณาไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม  เข้ามาเป็นกรรมการในทุกระดับ
    4. กรรมาธิการควรเพิ่มโทษกรณีที่มีการขายให้กับเด็ก เยาวชน  การขายให้คนเมาครองสติไม่ได้  รวมถึงขยายความรับผิดของผู้ประกอบการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้น
    5. กรรมาธิการควรพิจารณาให้มีกองทุนเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีที่มาจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    6. กรรมาธิการควรเพิ่มข้อเสนอเนื้อหาที่บรรจุภัณฑ์ด้าน ปริมาณการดื่มที่มีผลกระทบต่อการเกิดอันตรายร่างกายและสังคม

    ดังนั้น ทางเครือข่ายฯ ขอเสนอแนะให้ทบทวนการพิจารณาดังกล่าว เพราะหากแก้ไขแล้วอาจส่งผลกระทบและเกิดปัญหาทางสังคม ที่สำคัญไม่ควรเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ควรคุ้มครองและปกป้องเด็กเยาวชน เพิ่มความรับผิดชอบต่อผู้ขาย ไม่เพิ่มปัญหา ไม่เพิ่มคนดื่ม และผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา นางปราณี กล่าวทิ้งท้าย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า