Tag: งานบวช

  • เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคใต้บน ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะบวชสร้างสุขนำร่องสู่ความยั่งยืน

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคใต้บน ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะบวชสร้างสุขนำร่องสู่ความยั่งยืน

    วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน 2565 พระสิริคณาจารย์  เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นางเรืองอุไร บุญช่วยชูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม ประธานกรรมการมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม, นายสุเทพ แก้วประดิษฐ์ นายอำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช, นางพัทยา ทองเสภี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช, นางกฤตษญา ตระบันพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช, นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ผู้จัดการโครงการฯ, และพระสงฆ์ที่เป็นผู้แทนจากวัดทั้ง 3 จังหวัด จำนวน 15 วัด และศูนย์ประสานงานประชาคมงดเหล้าภาคใต้บน หน่วยงานข้าราชการ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นสักขีพยาน พร้อมที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนให้เกิดเป็นรูปธรรม อย่างยั่งยืน

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคใต้บนโดยมี พระมหาบวร ปวรธมฺโม ประธานและผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขภาคใต้ตอนบน ได้กล่าวรายงานโครงการต่อประธานในพิธีว่า ด้วยค่านิยมเรื่องการจัดงานบวชในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมหรสพดนตรีฉลอง เต้นยั่วยุ กระตุ้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนก่อให้เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาท ปัญหาความรุนแรง ฆ่ากันตายในงานบวช สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายต่อชุมชน ระหว่างชุมชนและสังคมได้มีค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลในการจัดงานบวชแต่ละครั้ง ทำให้เจ้าภาพที่จัดงานบวชแบบเรียบง่าย ประหยัด ถูกต้องตามพระธรรมวินัย กลับถูกมองว่ายากจน ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพุทธศาสนาของชาวพุทธในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมอันดีของการบวชในประเทศไทย เพื่อเป็นการสืบทอพระพุทธศาสนาในวิถีที่เรียบง่าย ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร จึงได้มีการดำเนินโครงการบวชสร้างสุขภาคใต้ตอนบนภายใต้แนวคิด “บวชวิธีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ห่างไกลโควิด”

    ซึ่งมีวัดเข้าร่วมโครงการ จังหวัดละ 5 วัด รวมวัดนำร่องในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนจำนวน 15 วัด ภายใต้การสนับสนุน ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม และเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งได้มีการเปิดเวทีทำความเข้าใจวัดที่เข้าร่วมโครงการและมีการดำเนินโครงการไปแล้ว เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขมีความยั่งยืนเป็นรูปธรรม เกิดการบูรณาการกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จึงนำมาสู่การบันทึกข้อตกลงร่วมกันในวันนี้

    ด้านนางเรืองอุไร บุญช่วยชูพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวให้การสนับสนุน ในโครงการว่า ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันกับภาคราชการ ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ งานบวชสร้างสุข ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ครั้งนี้ จากการกล่าวรายงานของท่านประธานโครงการ ทำให้ทราบว่า ค่านิยมของการจัดงานบวชในปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา หลายประการ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาทางด้านสังคม และปัญหาด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งการบวช เป็นการถือครองเพศบรรพชิต ฝึกฝนอบรมตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือที่เรียกกันว่า บวชเรียน นี่เป็นหลักการของการบวชและเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา แต่ที่ผ่านมา ค่านิยมความเชื่อ และมายาคติ ได้ทำให้การบวชได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ และแนวปฏิบัติไปเป็นอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีการจัดงานใหญ่โต ซึ่งบางครั้งนำไปสู่ปัจจัยเสี่ยง จากการที่ได้รับฟังมาแล้วในข้างต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ทางมหาเถรสมาคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคส่วนต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญ ในโครงการบวชสร้างสุข ในนามของหน่วยงานราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ยินดีที่จะลงนามในบันทึกความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข พื้นที่ภาคใต้ตอนบน และจะให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว ให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา และสังคมสืบต่อไป

    สุดท้ายพระเดชพระคุณ พระสิริคณาจารย์  เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ให้โอวาสและให้กำลังใจ โดยสรุปใจความสำคัญ ดังนี้

    “ สังคมไทยทุกวันนี้ เป็นสังคมที่ย่อหย่อนทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก เพราะสังคมไทยเราที่เป็นสังคมพุทธนี้ดูถูกวัฒนธรรมของตัวเอง การบวช เป็นอีกหนึ่งในการดูถูกเหยียดหยามวัฒนธรรมของตัวเอง คือ มีการไปต่อยอด เอาสิ่งที่มันไม่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ไม่ดีงามเข้ามาในงานบวช นี่คือปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เฉพาะปัญหาของพระสงฆ์ หรือ ปัญหาของพุทธศาสนา แต่มันเป็นปัญหาสังคม พระสงฆ์เองเป็นเพียง สถาบันเล็กๆ ทางศาสนา ที่เกิดจากสังคม ฉะนั้นแล้วจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ ที่มีบทบาทสำคัญในการวางกรอบกติกา ในการเป็นไปของสังคม จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาช่วยกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ ซึ่งการขับเคลื่อน งานบวชสร้างสุขนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก เพราะมันเป็นเรื่องที่ทวนกระแสสังคม เราเองจึงเปรียบได้เหมือนกับเม็ดทราย เม็ดเล็ก ๆ ที่จะเข้าไปก่อตัวเพื่อต้านทานกระแสของสังคม แต่ถ้าเม็ดทรายรวมกันหลายๆเม็ด ค่อยๆก่อตัว ค่อยๆขับเคลื่อนไปทีละนิด มันก็จะเป็นทรายกองโตได้ ฉะนั้น จึงขอให้กำลังใจทุกคนทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ให้ขับเคลื่อนงานไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น จงพลันสำเร็จ และขออนุโมทนากับทุกท่านทุกคนที่ทำงานเพื่อพุทธศาสนา เพื่อสังคมประเทศชาติของเรา ”

    ข้อตกลงร่วมกัน 5 ข้อที่จะร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น ดังนี้

    ข้อ 1 ให้มีการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ไกลโควิด” ให้มี ผลเป็นรูปธรรม เกิดงานบวชสร้างสุขปลอดเหล้า ต้นแบบในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร

    ข้อ 2 ร่วมกันรณรงค์ ส่งเสริม และสร้างการสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข” บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ใกลโควิด” ในวงกว้าง

    ข้อ 3 ร่วมกันส่งเสริม และสนับสนุนให้ทุกวัดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร เป็นวัดเขตปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน ตามกฎหมาย โดยยึดหลักพุทธธรรม

    ข้อ 4 ร่วมกันจัดหา บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ งบประมาณ ให้เพียงพอต่อการขับเคลื่อนนโยบายโครงการฯ หรือกิจกรรมงานบวชสร้างสุข

    ข้อ 5 ให้ความร่วมมือในงานวิจัย งานวิชาการ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวกับงานบวชสร้างสุข อย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานบชสร้างสุขอย่างแท้จริง

    ภาพบรรยากาศ

  • -งานบวชปลอดเหล้า- “บวชสร้างสุข ปลอดเหล้า ไม่ก่อเวร”

    -งานบวชปลอดเหล้า- “บวชสร้างสุข ปลอดเหล้า ไม่ก่อเวร”

    สคล. สสส. ผนึกกำลังวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรีและภาคีเครือข่าย ชูต้นแบบ ‘งานบวชปลอดเหล้า’ เน้นแนวคิด ‘บวชสร้างสุข ปลอดเหล้า ไม่ก่อเวร’ ชวนสังคมเปลี่ยนค่านิยมจัดงานบวช เน้นความเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะนำสู่การทะเลาะวิวาท เปิดสถิติผลสำรวจงานฉลองบวชนาคมีค่าใช้จ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงสุดมากถึง 200,000 บาท โดยเฉลี่ย 20,000 บาทต่องาน

              สำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี และภาคีเครือข่าย ผนึกกำลังจัดงาน ‘บวชหมู่สร้างสุข ปลอดเหล้า ไม่ก่อเวร’ ขึ้น ณ วัดญาณเสน ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี หวังเป็นต้นแบบงานบวชปลอดเหล้า รณรงค์สร้างค่านิยมและพฤติกรรมใหม่ในสังคม เน้นงานบวชที่เรียบง่ายตามวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม เผยสถิติการสำรวจงานฉลองบวชนาคของจังหวัดลพบุรีที่ผ่านมา พบมีงานที่จัดเฉลิมฉลองใหญ่โตสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไปกับค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง 200,000 บาท ส่งผลให้งานบวชหลายงานกลายเป็นงานบาป เกิดการทะเลาะวิวาทบาดเจ็บเสียชีวิต วางเป้าหมายจากนี้ขับเคลื่อนเป็นนโยบายสาธารณะร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศ

              นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข  ตัวแทนสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า

    “ที่ผ่านมา สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และ สสส. ได้ร่วมกับเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา สังฆะเพื่อสังคม ขับเคลื่อนโครงการวัดปลอดเหล้า-บุหรี่ และปลอดการพนัน และได้มีโครงการต่อเนื่องมาในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ งานบวชสร้างสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะส่งเสียงถึงชุมชนให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมของงานบวช ที่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากวัฒนธรรมที่เรียบง่ายดั้งเดิม จนส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสังคม เป็นงานบุญเปื้อนบาป เบียดเบียนสังคม ทะเลาะวิวาท เกิดหนี้สินเพราะจัดงานเลี้ยงใหญ่โตเกินจำเป็น โดยจากการสำรวจโครงการศึกษาข้อมูลการจัดงานบวชนาคเพื่อประโยชน์ในการผลักดันนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ที่สอดคล้องกับพุทธธรรมและประเพณีท้องถิ่นในจังหวัดลพบุรี พบว่าค่าใช้จ่ายในส่วนของบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานฉลองบวชนาคนั้น งานที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดใช้จ่ายไปถึง 200,000 บาท ค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ที่ 20,000 บาท ซึ่งนับเป็นความสิ้นเปลืองอย่างมาก อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบสถิติแล้ว จำนวนการบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการจัดงานเลี้ยงฉลองการบวชนาคมีแนวโน้มลดลงจากปี 2561-2563 จาก 49.20%, 43.60% และ 23.80% ตามลำดับ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด19 ในช่วงต้นปี 2563”

             

    นางกฤษณา สิทธิราช วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า”ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี มีนโยบายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เพื่อไม่ให้วัฒนธรรมประเพณีผิดเพี้ยนและเบี่ยงเบนไปจากเดิม ซึ่งในโครงการงานบวชปลอดเหล้า ภายใต้แนวคิด บวชหมู่สร้างสุข ปลอดเหล้า ไม่ก่อเวร ครั้งนี้เป็น พิธีบรรพชา-อุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2564 ทั้งนี้จะเป็นการสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมประเพณีที่ถูกต้อง เป็นประเพณีการบวชพระที่ควรอนุรักษ์ ไม่ให้เกินกว่าวัฒนธรรมประเพณีที่ควรที่เหมาะสม โดยทางเครือข่ายที่เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมในแต่ละอำเภอ จะมีผู้นำท้องถิ่นท้องที่เข้าไปควบคุมดูแลให้ประชาชนได้เห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมไม่ให้มีการเบี่ยงเบนไป ตลอดจนคณะสงฆ์ในจังหวัดลพบุรี มีมติให้งานบวช ไม่มีการดื่มเหล้า รวมถึงงานแต่งงาน งานบุญ หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในเขตของวัด ต้องห้ามดื่มเหล้าทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการแต่งกายที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการจัดรถแห่ – แตรวงหรือดนตรีต่าง ๆ ได้มีการรณรงค์ให้หลีกเลี่ยงเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมที่เรียบง่ายอีกด้วย”

              พระครูสันติญาณประยุต เจ้าอาวาสวัดญาณเสน ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี กล่าวว่า “การบวชนั้นนับเป็นการสืบทอดทางพระพุทธศาสนา เป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างเรียบง่าย มีความหมายถึงการละทิ้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่เดิมคือฆราวาส มาสู่วิถีชีวิตใหม่ในเพศบรรพชิต เพื่อความเป็นอยู่ที่ง่าย สะดวก บริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน ถ้าเราเข้าใจในแนวคิดนี้ ไม่ว่าใครก็สามารถบวชได้ ไม่จำเป็นต้องจัดงานใหญ่โต ไม่ต้องใช้เงินมากมาย คนยากจนก็บวชได้ โครงการบวชสร้างสุขจะสร้างให้เกิดค่านิยมใหม่ในงานบวช เป็นการบวชเพื่อสืบทอดพระศาสนาที่แท้จริง เป็นงานที่เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ใช่งานบวชแบบเปื้อนบาปมีน้ำเมา ในอีกด้านหนึ่ง งานบวชสร้างสุขจะเป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนให้เกิดขึ้นด้วย  การที่หลวงพ่อทำให้ชาวบ้านดู แล้วชาวบ้านก็ร่วมมือร่วมแรงใจกันทำ นั่นคือความสามัคคี ทำให้งานบวชกลายเป็นงานบวชสร้างสุขได้จริง ๆ”

              ในส่วนของ นายอษิวัฒน์ ปานจุ๋ย อดีตสมาชิกสภาจังหวัดหนึ่งในผู้เข้าร่วมอุปสมบทหมู่ บวชสร้างสุข ในครั้งนี้กล่าวสะท้อนความรู้สึกว่า “ก่อนหน้านี้มานิมนต์ท่านเจ้าอาวาสเพื่อที่จะจัดงานบวชให้กับคนอื่น แต่พอได้ยินท่านเจ้าอาวาสเล่าถึงงานบวชสร้างสุขให้ฟัง ว่าเป็นงานบวชที่เรียบง่าย ไม่มีเหล้า-บุหรี่ ก็รู้สึกสนใจมาก คิดในใจว่าจะเป็นไปได้อย่างไร จึงตัดสินใจเข้าร่วมบวชสร้างสุขครั้งนี้ด้วยทันที แม้ตัวเองจะเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์จัดงานใหญ่โตได้ มีผู้คนรู้จักนับหน้าถือตาพอสมควร แต่คิดว่าการจัดงานบวชสร้างสุขแบบเรียบง่ายนั้นดีกว่า เราเคยได้ยินแต่งดเหล้าเข้าพรรษา แต่ตอนนี้งดเหล้าด้วยการบวชนาคได้ด้วย ญาติโยมที่มาร่วมงานก็ถือโอกาสงดเหล้า ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ก็อยากจะเชิญชวนทุกคน ไม่ว่ายากจนแค่ไหน หากตั้งใจจะบวชก็สามารถบวชได้ด้วยแนวคิดบวชสร้างสุขนี้”

              ขณะที่ นายพิษณุ ยุวัฒชนะ อีกหนึ่งในผู้เข้าร่วมอุปสมบทหมู่ กล่าวเพิ่มเติมว่า “คิดจะบวชมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส เนื่องจากได้ยินว่าค่าใช้จ่ายในงานบวชค่อนข้างสูงมาก ต้องมีเงินเป็นหลักแสนถึงจะบวชได้ แต่สำหรับบวชสร้างสุขนี้ หลวงพ่อบอกว่าไม่มีเงินก็บวชได้ ก็รู้สึกดีใจมาก วันนี้ได้มีโอกาสบวชตามที่ตั้งใจไว้มานานแล้ว พ่อแม่ครอบครัวก็ดีใจ”

              ทั้งนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สสส. และเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา สังฆะเพื่อสังคม วางเป้าหมายในการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศ นอกจากภาคกลางที่จังหวัดลพบุรีแล้ว มีการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุขให้เกิดขึ้นในภาคต่างๆ ได้แก่ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก, ภาคอีสานที่จังหวัดมหาสารคาม สุรินทร์, ภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา, ภาคตะวันออกที่จังหวัดจันทบุรี และภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์