Tag: จ.สุราษฎร์ธานี

  • ภปค. จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้ายื่นหนังสือ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ คัดค้านการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ภปค. จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้ายื่นหนังสือ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ คัดค้านการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ทางภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี อาจารย์และนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และกลุ่มเยาวชนคนรักษ์ถิ่น เข้ายื่นหนังสือแสดงความห่วงใยต่อเสนอของรัฐบาลต่อการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงขอให้สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่…) พ.ศ… ของภาคประชาชนที่เสนอโดย นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 92,978 คน ในการรณรงค์ป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่อ นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีคณะทำงานของ สส.เป็นผู้รับหนังสือในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันปกป้องเด็กและเยาวชน และลดผลกระทบจากเหล้าเสรี

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือค้านเปิดผับตี 4 ห่วงอุบัติเหตุเพิ่ม “สิ่งที่ได้ ไม่คุ้มกับความสูญเสีย”

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือค้านเปิดผับตี 4 ห่วงอุบัติเหตุเพิ่ม “สิ่งที่ได้ ไม่คุ้มกับความสูญเสีย”

          เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นายบุญฤทธิ์ ดำเนินผล	ผู้ช่วยผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา 04.00 น. ในเขตพื้นที่ เชียงใหม่ ชลบุรี กรุงเทพ ภูเก็ต และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้เครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนบน ที่ขับเคลื่อนงานด้านการรณรงค์งดเหล้าและอุบัติเหตุ เข้าให้กำลังใจและยื่นหนังสือผ่านคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากเป็น หน่วยงานที่จะต้องรับมือกับปัญหาด้านอุบัติเหตุทางท้องถนนที่เกิดขึ้นจากคนเมา ซึ่งเดินทางออกจากผับหลังผับปิดตอนตี 4 แม้ว่าจะมีการประกาศมาตรเน้นการดูแลเรื่องเมาแล้วขับและเด็กเยาวชน แต่ในช่วงเวลาตี 4 - 7 โมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระออกบิณฑบาต / นักวิ่งออกกำลังกาย / นักเรียนเดินทางไปโรงเรียน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าว “สิ่งที่ได้ อาจไม่คุ้มกับความสูญเสีย” จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาล ทบทวนประกาศดังกล่าว 
         โดยข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนบน มีดังนี้
              1.ขอให้รัฐบาลได้ทบทวนยกเลิกการขยายเวลาเปิดผับบาร์สถานบริการ ถึงตี 4
              2.ขอรับทราบแผนการควบคุมปัญหาผลกระทบว่าทางพื้นที่มีความพร้อมในการออกตรวจเพื่อจัดระเบียบสังคมมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งงบประมาณ อุปกรณ์จำเป็นต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่มีเพียงพอมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบสามารถทำได้จริงหรือไม่
              3.ขอให้มีการบันทึกสถิติปัญหาผลกระทบต่างๆ อย่างถูกต้องตามที่เป็นจริง เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงว่าผลที่ได้ไม่ได้คุ้มค่ากับความสูญเสียอย่างไร โดยข้อมูลจากศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน เสนอว่า หากมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ประมาณเฉลี่ยความสูญเสียเป็นเงิน 10 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บ 1 ราย ค่าเฉลี่ยความสูญเสียเป็นเงิน 3 ล้านบาท
              4.ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะคณะกรรมการอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่จะต้องรับภาระหนักจากนี้ไป จนถึงปีใหม่ หากยังไม่มีการทบทวนนโยบายนี้
  • เครือข่ายงดเหล้าร่วมกับภาคีจังหวัดสุราษฎร์จัดวงหารือความร่วมมือเพื่อคน สุราษฎร์ วาระสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์

    เครือข่ายงดเหล้าร่วมกับภาคีจังหวัดสุราษฎร์จัดวงหารือความร่วมมือเพื่อคน สุราษฎร์ วาระสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์

    เครือข่ายงดเหล้า ร่วมกับ ภาคีจังหวัดสุราษฎร์จัดวงหารือความร่วมมือเพื่อคน สุราษฎร์ วาระสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์ (ประเด็นต่อเนื่องจากการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “เราจะข้ามผ่านสะพานศรีสุราษฎร์ เพื่อเดินทางก้าวข้ามปัญหา” ของกลุ่มนักศึกษา มรส. – มอ.สฎ. และ ม.หาดใหญ่ เมื่อ 20 ส.ค.66)

          วันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2566 ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในที่ประชุม หารือความร่วมมือ ภายใต้วาระสุขภาพจิต  คุณภาพชีวิต และสะพานศรีสุราษฎร์ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วม อาทิ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี อบต.คลองฉนาก โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ศูนย์สุขภาพจิตที่ 11 ศูนย์สุขภาพจิตวัยรุ่นภาคใต้ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 1 ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขับขี่ปลอดภัยภาคใต้ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กลุ่มลานละมุน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) และคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชนเขตพื้นที่ 11
          ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานีและหน่วยงานด้านสาธารณสุข นำเสนอสถานการณ์ปัญหาการฆ่าตัวตาย และสุขภาพจิต ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยกระตุ้น ปัจจัยปกป้อง การเฝ้าระวังป้องกัน (ด่านกั้น) ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย
          ที่ประชุมเห็นชอบ 3 แนวทาง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา 1.ขอให้ทุกหน่วยสื่อสารข้อมูล ความรู้เชิงบวก เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตาย 2.ด้านสถานที่ สนับสนุนให้เกิดกิจกรรม สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ใต้สะพานศรีสุราษฎร์ทั้งสองฝั่ง ติดกล้องวงจรปิดที่ใช้การได้เฝ้าระวังเหตุ รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ปลอดเหล้าและสารเสพติดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเปลี่ยนค่านิยมบริเวณสะพานศรีสุราษฎร์  3.ขอให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนงานด้านการรักษา ที่เป็นหน้าที่หลักของหน่วยงานสาธารณสุข ช่วยทำความเข้าใจสังคมให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับความเจ็บป่วยทางกาย
    
  • สคล.ใต้ตอนบน นำทีมประชาคมงดเหล้า เข้าพบคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรส.

    สคล.ใต้ตอนบน นำทีมประชาคมงดเหล้า เข้าพบคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรส.

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน นำทีมประชาคมงดเหล้าจังหวัด เข้าพบคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

            วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 นายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน และประชาคมงดเหล้าจังหวัด เข้าพบปะ พูดคุยกับคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี หลังจากการทำ MOU การทำงานร่วมกันในการ “สร้างห้องเรียนชุมชนในพื้นที่ต้นแบบให้นักศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้แนวใหม่” มอบกระเช้า เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณที่ทางคณะฯ ได้สนับสนุนสถานที่ในการทำกิจกรรมกับนักศึกษา และทีมอาจารย์ในการทำงานร่วมกับทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
            ด้าน ผศ.ธาตรี คำแหง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กล่าวว่า ทางคณะฯ รู้สึกยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ในการร่วมกันพัฒนาชุมชนและสังคมต่อไป อีกทั้งการทำกิจกรรมของนักศึกษาในคณะฯ ร่วมกับทางเครือข่ายฯ เป็นการพัฒนาศักยภาพ ทักษะการทำงาน และทักษะชีวิตของตัวนักศึกษาเองอีกด้วย
  • ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

    ชาวเวียงสระ จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี

        เมื่อวันที่ 27-29 มกราคม 2566 ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เวียงสระ ได้จัดงาน “ชวนล่องพาใจกลับไปอดีต” ขึ้น เพื่อนำเสนอเส้นทางการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี สู่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยงทางประวัตศาสตร์มีชีวิต

    ในวันที่ 27 มกราคม 2566 ได้นำนักเรียน/นักศึกษา และผู้ที่สนใจลงพื้นที่ไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองโบราณเมืองเวียงสระและภูมินิเวศลุ่มน้ำตาปี เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์/วิถีชีวิต/ระบบนิเวศ ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เส้นทางประวัตศาสตร์นี้ โดยมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์ 3 เส้นทาง คือ 1.คลองพรง บ้านนาสาร 2.คลองอิปัน พระแสง และ 3.คลองตาปี เมืองเวียงสระ

        ในวันที่ 28 มกราคม 2566 ได้มีการกล่าวต้อนรับ โดย นายโกศล สุขเกษม กำนันตำบลเวียงสระ และนายจงจิตร อภิชาตกุล ผู้ใหญ่บ้าน หมูที่ 7 บ้านเวียงสระ ก่อนที่เริ่มกิจกรรมภายในงาน โดยมี นางสาวรัตนา ชูแสง บอกเล่าเป้าหมายจัดเวทีเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมืองโบราณเวียงสระ ซึ่งบอกเล่าการทำงานที่ผ่านมาของกลุ่มเครือข่ายเด็ก เยาวชน และครูภูมิปัญญารุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเราได้มีโอกาสเรียนรู้ ทำงานวิจัยเล็กๆ ในชุมชนนเพื่อที่จะนําเรื่องราวในอดีตขึ้นมาสู่การเรียนรู้ในปัจจุบัน โดยใช้เส้นสายน้ำคลองอีปัน คลองพรง คลองตา และอีกหลายหลายคลองที่พยายามที่จะเข้าไปสืบค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์และร่องรอยความรุ่งเรืองในอดีต โดยเริ่มกิจกรรมกันตั้งแต่ พ.ศ. 2548 มีการสร้างแกนนําเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการอนุรักษ์สายน้ำและมีการสํารวจสายน้ำตั้งแต่ต้นน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ลงมาจนถึงแม่น้ำตาปีด้านหลังวัดเวียงสระ
    และมีการเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ภูมินิเวศลุ่มแม่น้ำตาปี” ซึ่งในการเสวนาครั้งนี้สรุปได้ว่า การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ควรที่จะเริ่มต้นจากตัวเอง ครอบครัว แล้วค่อยขยายสู่ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง อีกอย่างถ้าจะให้เกิดการท่องเที่ยวนั้นควรให้เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีการสร้างเด็กเยาวชนในพื้นที่ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ และมีการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น
    หลังจากนั้นจะมีลานเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมชุมชน โดยเครือข่ายในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง มีลานวัฒนธรรม โดยมีการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นการว่าบทมโนราห์แบบโบราณ และมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี วง Z-two
        ในวันที่ 29 มกราคม 2566 มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์ เรียกพิธีกรรมนี้ว่า “การทำอารตี” คือการบูชาองค์เทพด้วยไฟ ซึ่งการทำอารตีถือเป็นการบูชาและแสดงความเคารพองค์เทพอย่างสูงสุดเหนือกว่าการสวดมนต์บูชาและถวายของสังเวยใดๆทั้งปวง โดยการทำอารตีตามแบบพิธีกรรมฮินดูโบราณ โดยการทำอารตี มีขั้นตอนในการทำพิธีกรรมดังนี้
                        1.) ถวายเครื่องสังเวย
                        2.) สวดมนต์ตราบูชาองค์พระพิฆเนศ
                        3.) อธิษฐานขอพร
                        4.) ทำการอารตี (หลังจากอธิษฐานเสร็จ)
                วัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมสำหรับทำพิธี
                         1.) ถาดอลูมิเนียมหรือสแตนเลส
                         2.) ถางประทีป (ถ้าไม่มีจริงๆ สามารถใช้ เทียนไข แทนได้)
                         3.) ดอกดาวเรือง 2-3 ดอก จากนั้นฉีกเอาเฉพาะกลีบดอก
                         4.) กำยานรูปกรวย 1 ชิ้น
                วิธีจัดถาดอารตี
                         1.) โรยกลีบดอกดาวเรืองให้ทั่วทั้งถาด
                         2.) วางถางประทีปไว้กลางถาด
                         3.) วางกำยานไว้ด้านใดด้านหนึ่งใกล้ๆถางประทีป
           วิธีการอารตี
                         1.) จุดไฟที่กำยานและถางประทีป
                         2.) ร้องเพลงอารตีขององค์พระพิฆเนศ หรือ เปิดเพลงบทอารตีให้ท่านก็ได้
                         3.) ทำการเวียนถาดตามเข็มนาฬิกา โดยระดับของถาดไล่ไปตามระดับเริ่มจากระดับพระบาท (เท้า) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระอุระ (หน้าอก) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ จากนั้นไต่ระดับไปที่พระเศียร (ศรีษะ) ขององค์เทวรูป หมุนวนตามเข็มนาฬิกาทั้งหมด 3 รอบ และสุดท้ายให้หมุนวันถาดตามเข็มนาฬิกา โดยให้หมุนเป็นวงกว้างครอบทั้ง องค์เทวรูปหรือโต๊ะบูชา
    ** ในขั้นตอนนี้หากมีผู้ร่วมอารตีกับเรา สามารถให้ท่านอื่นหมุนวนถาดไปจนกว่าจบบทสวด(จนเพลงจบ)
                        4.) นำถาดอารตีวางไว้หน้าแท่นบูชาองค์เทพ พร้อมกับนำมือกอบควันไฟ เข้าหาตัว เข้าหาหน้าของเรา แล้วภาวนาว่า..."โอม" ขณะกล่าวคำว่าโอมให้ลากเสียงยาวๆ โดยทำ 3 ครั้ง (อาจจะไม่ตรงกับแบบฉบับอื่นๆ )
                        5.) กรุณาเฝ้าถาดที่มีไฟอยู่ ให้ไฟดับเสียก่อน เพราะไฟไหม้อาจไหมได้ ถ้าไม่มีคนนั่งเฝ้า ถ้าไม่สะดวกให้ดับถางประทีปที่จุดไฟ (เฉพาะถางประทีปอย่าดับกำยาน) ด้วยน้ำ หรือลม...ตรงจุดนี้องค์เทพท่านเข้าใจว่าเป็นการอารตีส่วนบุคคล ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่
        นายรัตตพล สุวรรณโชติ แกนนำคนหัวใจเพชรและครูภูมิปัญญาชุมชนประวัติศาสตร์เมืองเวียงกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการบูรณการร่วมกันของภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง รวมถึงเพื่อนำเสนอสินค้า ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้กับสารธารณะได้รับรู้ อีกทั้งเด็ก-เยาวชน ที่เป็นแกนนำเยาวชนในพื้นที่ก็มีความหวงแหนและเป็นเจ้าของพื้นที่ ในขณะที่ต้องขับเคลื่อนตนเองให้เท่าทัน เรื่องเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆด้วย
  • ค่ายวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี

    ค่ายวันเด็ก ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี

      งานวันเด็กแห่งชาติปี 2566 เด็กๆ แห่ร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม – 14 มกราคม 2566 ณ ชุมชนสันติพัฒนา ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี
      วันที่ 13 มกราคม 2566 นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน, สาขารัฐศาสตร์ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีและ แกนนำเยาวชน South Youth Ranger รวมถึงประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจ.สุราษฎร์ธานี  ร่วมกันจัดกิจกรรมค่ายอาสาและกิจกรรมวันเด็กให้กับน้องๆชุมชนสันติพัฒนา และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่ๆน้องๆและผู้ใหญ่ในชุมชนสันติพัฒนา ซึ่งกิจกรรมภายในวันนี้จะมีการแสดงดนตรีจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี วง Z – two ที่เป็นแกนนำนักศึกษากลุ่ม เยาวชนพลเมืองคิดต่าง
    และมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “เรื่องราวอุดมการณ์ชาวสันติพัฒนาสู่คนรุ่นใหม่” โดยเป็นการเล่าถึงประวัติการต่อสู้ด้านที่ดินและการต่อสู้หลายด้านๆของชาวสันติพัฒนาสู่การส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน 
    ส่วนชาวบ้านมีการทำข้าวหลาม ปลายอก(เป็นการนำปลามาคลุกเคล้ากับเครื่องแกงผัดเผ็ดและเครื่องปรุงอีกเล็กน้อย แล้วนำใส่กระบอกไม้ไผ่ เพื่อย่างไฟให้สุกระหว่างที่ย่างอยู่นั้นก็ใช้ไม่จิ้มลงไปในกระบอกไม้ไผ่ เพื่อให้ก้างของปลาแยกชั้นไปอยู่ก้นกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นกรรมวิธีทำอาหารของชาวบ้านในสมัยเดินป่าและเข้ามาอยู่ในพื้นที่ธุระกันดารในอดีต)  กล้วยปิ้ง ไข่ปิ้ง และขนมจากให้ได้รับประทานระหว่างทำกิจกรรม
    หลังจากนั้นก็มีการฉายหนังกางแปลง เรื่อง THE SEA BEAST ให้กับเด็กๆได้ดูก่อนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน

    และวันที่ 14 มกราคม 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธาตรี คำแหง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันเด็ก และ เล่าว่า นักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชนและสาขารัฐศาสตร์ เป็นนักศึกษาที่ทำงานร่วมกับชุมชนมาก่อน จึงสนับสนุนให้นักศึกษาทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้มาทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชนและร่วมกันรณรงค์สร้างการเท่าทันปัญหาปัจัยยเสี่ยงกับชุมชนและเด็ก-เยาวชนอีกด้วย

    ด้าน นายจักราวุธ  ธุวรัฐคีรี ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่า ชุมชนสันติพัฒนาเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษา และได้ดำเนินงานรณรงค์งดเหล้ามาหลายปี แต่ในชุมชนยังขาดแคลน เครื่องอำนวยความสะดวกแบบชุมชนทั่วไป เนื่องจากเป็นชุมชนใหม่ที่เป็นการต่อสู้ด้านสิทธิที่ดินทำกินโดยคนในพื้นที่ เช่นไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา จึงได้ถือโอกาสในวันเด็ก ชวนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี แกนนำเยาวชน South Youth Ranger (SYS) และบุคคลที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ร่วม อีกทั้งอยากให้การจัดงานวันเด็กในครั้งนี้เป็นพื้นที่ที่เด็กสามารถทำกิจกรรมได้อย่างสร้างสรรค์ ปลอดปัจจัยเสี่ยง

    กิจกรรมในวันนี้เน้นในเรื่องของการสร้างความสามัคคี การทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยให้เด็กทำกิจกรรมตามฐานเพื่อรับของรางวัล มีการแข่งกีฬาพื้นบ้าน และมีการแข่งฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับชาวบ้านในชุมชน

    ทั้งนี้เด็กๆและผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมต่างมีความสุข สนุกสนาน และได้รับของรางวัลกลับบ้านกันทุกคน