Tag: จ.ประจวบคีรีขันธ์

  • เครือข่ายงดเหล้า จ.ประจวบฯ ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำ MOU ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีวัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าปลอดภัย

    เครือข่ายงดเหล้า จ.ประจวบฯ ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำ MOU ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีวัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าปลอดภัย

    เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลงนามบันทึกข้อตกลงรวามร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณี วัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก โดยมี น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ประจวบฯ กล่าวรายงาน และมีเภสัชกร สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า อาจารย์มานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ( สสส.) ร่วมเป็นพยาน และน.ส.อุบลวรรณ คงสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก นายเรวัฒน์ สุขหอม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ ตัวแทนชุมชนคนสู้เหล้าในแต่ละชุมชนทั้ง 8 อำเภอ ผู้แทนหน่วยงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม 

    โดยกระบวนการในช่วงแรกเริ่มต้นด้วยเวทีเสวนา “เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด เต็มพื้นที่ออนไลน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรับมืออย่างไร” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายเรวัฒน์ สุขหอม (รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ได้แลกเปลี่ยนเรื่องของพิษจากสารต่างๆ เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด โดยในจังหวัดจะมีการจัดเวทีพูดคุยประเด็นเรื่องยาเสพติด เดือนละ 2 ครั้ง ในกลุ่มผู้เสพ ในกลุ่มผู้ดื่มผู้เสพ ปฏิบัติตามดื่มและเสพเป็นที่เป็นทางมากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการขายสุราพื้นบ้านมากขึ้น สินค้าบางชนิดทำออกมาสวย น่าซื้อน่าลอง

    คุณสุวรรณกิต บุญแท้ (ผู้แทนจากสำนักงานเครือข่ายองค์รงดเหล้า) กล่าวสถาณการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่ออนไลน์ภาพรวม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จุดเด่นคือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาสินค้าเกษตร ประเด็นปัญหาของพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือด้านความสังคมและมั่นคง เรื่องของผู้สูงอายุ และสตรีที่ท้องไม่พร้อม ทางด้านเยาวชนก็มีการรณรงค์และป้องกันยาเสพติด ถ้าย้อนไปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการดื่มมากขึ้นจนถึงกราฟปัจจุบันที่อยู่นิ่ง องค์การอนามัยโลก เห็นด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันดับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอยู่ที่อันดับ 55 ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารอันตรายมีการเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดที่มีผลกระทบต่อคนอื่นมากที่สุด องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ประเทศไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากที่สุด การผลักดันสุราก้าวหน้า พรบ.สรรพสามิต การผลิต พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือการขาย พรบ.จราจรทางบก คือ ผลกระทบ คราฟเบียร์ หรือการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปัจจุบันแค่มีวัตถุดิบครบก็สามารถผลิตได้

    นางมณฑา ขนเม่น (พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ) กล่าวถึงผลกระทบของ เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด ว่ากัญชาเสรีไม่มีอยู่จริง กัญชาที่สามารถนำมาใช้ได้คือ CBD สารกัญชาที่สามารถให้มอมเมาได้คือ THC เป็นปริมาณสูงในช่อดอกกัญชา เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท โดยก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย กัญชากับผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับที่ 9/2558 ห้ามขาย นำเสนอเพื่อขาย ห้ามให้บริการ บารากู่ดั้งเดิม บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ว่าด้วยเรื่อง ห้ามนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้า ความผิดเท่ากับลักลอบหนีพิธีการศุลกากร ห้ามพักสินค้าความผิดเท่ากับรับซื้อ/รับไว้ซึ่งสินค้าหนีพิธีการ กลุ่มบำบัดพบว่าอายุ 16 ปี ใช้สารเสพติดร่วมกัน เช่น กัญชา เหล้าขาว ยาม้า ฯลฯ

    ระหว่างเวทีเสวนาได้เกิดข้อแลกเปลี่ยนจากผู้เข้าร่วมรับฟัง ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่จำเป็นจะต้องนำมาเป็นจุดขายในการท่องเที่ยว สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ดำเนินงานมา 20 ปี ทำให้กราฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คงที่ นโยบายสุราก้าวหน้าเกี่ยวข้องกับประชาชนไม่เกินร้อยละ 10 สุราเป็นผลกระทบต่อผู้อื่นมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ไม่ได้คัดค้านการดื่มของประชาชน ที่น่าเป็นห่วงคือนักดื่มหน้าใหม่เป็นกลุ่มสตรีมากกว่ากลุ่มผู้ชาย จากการวิจัยปัญหาสุรา ผู้หญิงดื่ม 1 แก้ว สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลการดื่มต่อสมอง และทำให้เยาวชนเสียโอกาส เสียอนาคต พิการได้ ตัวแทนชุมชนทุ่งทอง บ้านทับสะแก กล่าวว่า “ยาเสพติดเข้าถึงได้ง่ายกลับเยาวชนอายุ 12 ปีขึ้นไปรวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้า กว่าผู้ปกครองจะรับทราบเยาวชนก็ติดไปแล้ว สอบถามเยาวชนซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาจากร้านขายออนไลน์ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราควรดัดไม้อ่อนในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

    หลังจากจบเวทีเสวนาด้าน น.ส.ธนพร บางบัวงาม ได้กล่าวรายงานต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดประชวบคีรีขันธ์ว่า  “พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายที่ประชาชนมากกว่า 13 ล้านคนลงชื่อสนับสนุน เพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกมิติ ทั้งความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ อาชญากรรม คุ้มครองสุขภาพประชาชน ป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงได้ง่าย จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 ที่สำรวจผู้อายุ 15 ขึ้นไปพบว่า ผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มจาก 38.68 ล้านคนในปี 2554 มาเป็น 41.04 ล้านคนในปี 2564 หรือมีนักดื่มลดลงประมาณ 2.3 ล้านคน เมื่อคำนวณปริมาณเอทานอลบริสุทธิ์ต่อหัวประชากรที่ดื่ม พบว่า อยู่ในระดับทรงตัว คือ 7.1 ลิตรต่อปี แต่เมื่อคำนวณต้นทุนที่สูญเสียจากปัญหาการดื่มในปี 2564 สูงกว่า 1.65 แสนล้านบาท อีกทั้งข้อมูลพบผู้ต้องขังอายุไม่เกิน 25 ปีสัดส่วนถึงร้อยละ 88% ดื่มสุราก่อนก่อเหตุ และผู้เสียชีวิตจากโรคตับสัมพันธ์กับการดื่มมีถึง 2.5 หมื่นคนต่อปี เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ ขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ คุ้มครองสุขภาพประชาชนและลดผลกระทบทางสังคม อย่างไรก็ตามเนื่องจากกฎหมายใช้มานาน จึงสนับสนุนให้ปรับแก้ ยืดหลักการแก้ไขให้ดีและเข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 32 ห้ามใช้ตราสัญลักษณ์ (โลโก้) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปโฆษณาสินค้าอื่น อาทิ น้ำดื่ม โชดา กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกรณีมาตรา 29 ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนเมาครองสติไม่ได้  ให้ผู้ขาย ผู้ให้บริการเป็นแนวปฏิบัติได้จริง รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานบำบัดฟื้นฟูผู้ติดสุราอย่างจริงจัง สร้างแรงจูงใจให้ผู้ติดสุราเข้าสู่การบำบัด ขณะเดียวกัน กลไกการทำงานที่เข้มแข็งของเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยกันรณรงค์ป้องกันปัญหา ในส่วนของระดับจังหวัดจะประสานให้มีการทำงานที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น 

    สำหรับการบันทึกข้อตกลง (MOU) ซึ่งจะเป็นกลไกความร่วมมือรูปแบบหนึ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย การจัดทำบันทึกข้อตกลงวันนี้ ประกอบด้วย 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.คณะกรรมการควบคุมเครื่องแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ 2.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ และ 3.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. และพี่น้องเครือข่ายเป็นพยาน  โดยทั้งนี้การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ เพื่อขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงาน สร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม การดำเนินงานสถานศึกษา เครือข่ายเยาวชนให้มีความตระหนักเรื่องพิษภัยและป้องกันนักดื่ม นักสูบหน้าใหม่ และเพื่อสร้างวัฒนธรรมวิถีใหม่ ค่านิยมใหม่ในงานเทศกาล งานบุญประเพณี ปลอดบุหรี่และสุรา ลดแรงสนับสนุนการดื่ม เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายของธุรกิจแอลกอฮอล์ และบังคับใช้กฎหมาย 4) เพื่อสนับสนุน หนุนเสริมกระบวนการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ ป้องกันเมาแล้วขับ และลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ 

    ด้าน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า “คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ นอกจากการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การบังคับใช้กฎหมาย ยังได้ขับเคลื่อนนโยบายการลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมปลอดภัยจากปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ควบคุมและจำกัดการเข้าถึง ควบคุมพฤติกรรมการขับขี่หลังการดื่ม คัดกรองและบำบัดรักษาผู้มีปัญหาจากสุรา ควบคุมการโฆษณา ส่งเสริมการขาย การให้ทุนสนับสนุน และการดำเนินการผ่านระบบภาษี ตระหนักถึงผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาได้ ทั้งนี้การปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมแผนปฏิบัติการและกฎหมายในหลายๆ เรื่อง เช่น แผนปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติระยะที่ 2 และ ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติและดำเนินการตามขั้นตอน และให้ความสำคัญกับนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านนโยบายและมาตรการต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

    การจัดงานในวันนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญยิ่ง กับการพัฒนาการ ดำเนินงานร่วมกันตามแนวทางความร่วมมือ การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานดังต่อไปนี้ ร่วมรณรงค์และดำเนินการให้การจัดงานบุญประเพณีและเทศกาลต่างๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลอดเหล้าปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุความสูญเสีย ลดปัญหาทะเลาะวิวาท อาชญากรรม และความรุนแรงในครอบครัว อาทิ งานกาชาด งานบวช งานแต่ง งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานแข่งเรือ งานเทศกาลอาหาร งานศพ งานไทยทรงดำ งานเกษียณอายุ งานสวดมนต์ข้ามปี งานวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน งานเสี้ยงอาสาสมัครในหมู่บ้าน  และไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน  อีกทั้งร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมที่แสดงถึงคุณค่าทางประเพณีวัฒนธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กเยาวชนและครอบครัว  นอกจากนี้ยังรณรงค์ชุมชนสู้เหล้า และงดเหล้าเข้าพรรษา ให้ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน ชวนช่วยเชียร์ ลด ละ เลิก และควบคุมบังคับใช้กฎหมาย กฎกติกาชุมชน ลดความรุนแรง ลดอุบัติเหตุ ลดการเจ็บป่วย และส่งเสริมครอบครัวให้เข้มแข็ง มีความสุข

    การสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสร้างงาน อาชีพ และรายได้ รวมถึง การฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  สถานศึกษาจัดการ การศึกษา ให้ตระหนัก สร้างภูมิคุ้มกันร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน การเปิดพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปะ ดนตรี กีฬา วัฒนธรรม ชุมชนร่วมสมัย) สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กเยาวชน ให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต”

  • ชุมชนคนสู้เหล้า พบ นายอำเภอนักรณรงค์ ชวน ช่วย ชม เชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษามหามงคล เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ประจวบคีรีขันธ์

    ชุมชนคนสู้เหล้า พบ นายอำเภอนักรณรงค์ ชวน ช่วย ชม เชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษามหามงคล เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ประจวบคีรีขันธ์

    วันที่ 4 -5 ก.ค.65

    เวลา 08.30 นายอำเภอบางสะพานน้อย

    น.อ. นาย นวรัตน์ วงศ์ปิ่นเพ็ชร์

    เวลา 11.30 น. นายอำเภอบางสะพาน

    น.อ. นายเลิศยศ แย้มพราย

    เวลา 09.00 น. นายอำเภอเมืองประจวบ

    น.อ. นาย ธนนท์ พรรพีภาส

    เวลา 13.00 น. นายอำเภอทับสะแก

    น.อ. นาย สำนวน ทองศรี

    กิจกรรม..ชุมชนคนสู้เหล้า พบ นายอำเภอนักรณรงค์..

    ..ชวน ช่วย ชม เชียร์ ..งดเหล้าเข้าพรรษามหามงคล..

    “เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ประจวบคีรีขันธ์”(สคล. สสส.)

    การขับเคลื่อนบูรณการของทุกภาคส่วนของจังหวัดประจวบฯ

    ”นายอำเภอนักรณรงค์” “ชวนงดเหล้าเข้าพรรษา””

    ปลอดเหล้า ปลอดโรค ปลอดภัย ห่างไกลโควิด 19” เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ปี 2565 ด้วยวิธี “1 ลด 3 เพิ่ม”

    1.ลดการดื่มแอลกอฮอล์ 2.เพิ่มเงินในกระเป๋า

    3.เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย เพิ่มความสุขในครอบครัว

    พร้อมชวนประชาชน หรือผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเมินความเสี่ยง ได้ที่สถานพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง หรือผ่านเว็บไซต์ “ติดเหล้ายัง-ดอทคอม”

    และลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา