เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม 9 ภาค เชิญชวนคนไทยจัดบวชลูกหลานช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบ “บวชสร้างสุข” ประหยัด เรียบง่าย  ยึดพระธรรมวินัย ลดค่าใช้จ่าย ลดความรุนแรง ลดฆ่ากันตาย ได้บุญเต็มร้อย ถือเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

“เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คนไทยนิยมบวชพระเพื่อสร้างบุญกุศลและตอบแทนบุพการี ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน อย่างไรก็ตาม การบวชในปัจจุบันมักมีค่าใช้จ่ายสูง และบางพื้นที่ยังมีการเฉลิมฉลองเกินขอบเขต นำไปสู่ปัญหาความรุนแรงและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาล ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม 9 ภาค จึงออกมาเชิญชวนให้ประชาชนจัดบวชลูกหลานตามแนวทาง “บวชสร้างสุข” ที่เน้นความเรียบง่าย ประหยัด และยึดมั่นในพระธรรมวินัย ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังลดปัญหาความขัดแย้ง ลดเหตุทะเลาะวิวาท และลดการสูญเสียชีวิตในช่วงสงกรานต์ พร้อมทั้งส่งเสริมให้การบวชเป็นไปเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ได้บุญเต็มร้อย และเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่แก่ครอบครัวและสังคมไทย”

วันที่ 30 มีนาคม 2568  ณ ห้องประชุมพระคุณพ่อ  พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม 9 ภาค ได้ประชุมถอดบทเรียนการทำงานขับเคลื่อน “โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขสู่สุขภาวะของชุมชนและสังคมด้วยหลักพุทธธรรม” โดยมีพระครูสุวรรณโพธิวรธรรม ประธานเครือข่าย และประธานมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เป็นประธาน ได้สรุปบทเรียนข้อมูลที่ผ่านมาว่า สังคมไทยชาวพุทธมีค่านิยมในการจัดงานบวช เพื่อตอบโจทย์ทางเศรฐกิจเชิญแขกจำนวนมาก มีมหรสพเลี้ยงฉลองด้วยน้ำเมา มุ่งเน้นความสนุกสนานมากเกินไป  ใช้จ่ายเงินจำนวนมากจัดงานบวช จากการสำรวจข้อมูลค่าใช้จ่ายการจัดงานบวช 9 ภาค ขนาดเล็ก  50,000 ถึง 200,000 บาท, ขนาดกลาง 200,001-500,000 บาท,ขนาดใหญ่ 500,001 – หลักล้านบาท ทั้งนี้ ผลการสำรวจข้อมูลคนไทยกลุ่มตัวแทน 9 ภาคส่วนใหญ่ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ต้องการจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย แต่ขาดพระผู้นำ เจ้าภาพต้นแบบ และผลการสำรวจข้อมูลการเกิดความรุนแรงในงานบวชหลังโควิดช่วงเดือน กรกฎาคม 2565 ถึง กรกฎาคม 2567 ระยะเวลา 2 ปี จากเว็บไซต์สำนักข่าวกระแสหลักและสำนักข่าวท้องถิ่นพบว่า  เกิดเหตุทะเลาะวิวาท 30 ครั้ง บาดเจ็บมากกว่า 70 ราย เสียชีวิต 14 ราย สาเหตุมาจากมีมหรสพ  ดนตรี และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งที่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทางศาสนาน่าจะนำไปสู่ความสุข ความสามัคคีของคนไทยท้องถิ่น  แต่เป็นเหตุก่อความทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่ผู้จัดงาน และสังคม

ส่วนบทเรียนการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายพระสงฆ์ฯ ได้เชิญชวน สื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ผลักดันให้เป็นนโยบายในระดับต่าง ๆ ทำให้ญาติโยมสนใจจัดงานแบบ “บวชสร้างสุข” ในวัด จำนวน 1,593 งาน  จัดที่บ้าน จำนวน 599 งาน รวมนาค 3,085 นาค(พระ)  สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดงานมากกว่า 300 ล้านบาท และประหยัดค่าเหล้าเบียร์กว่า 60 ล้านบาท เจ้าภาพ ชุมชนมีความสุข ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่มีความเสี่ยงระหว่างจัดงาน สุดท้ายไม่เป็นหนี้สินในการจัดงานบวช

ด้านพระครูสุวรรณโพธิวรธรรม ได้ย้ำว่า การจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ประหยัด ไม่มอมเมาแขกที่มาร่วมอนุโมทนา ด้วยมหรสพ ดนตรี และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรียกว่า การบวชสร้างสุข ยึดพระธรรมวินัย ถือเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

พระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตน์ และเจ้าอาวาสวัดโพธิการาม จังหวัดร้อยเอ็ด ประธานคณะทำงานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคอีสานตอนบน กล่าวว่า ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุขภาคอีสานตอนบน ตั้งแต่ ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน นั้นพบว่า ได้ช่วยให้ญาติโยมพุทธศาสนิกชนลดค่าใช้จ่ายในการจัดงานบวชได้มากกว่าห้าสิบหกล้านบาท และทำให้ญาติโยมมีความสุขจากงานบวชแบบประหยัด เรียบง่าย มากถึง 425 งาน

ดังนั้น  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ ทางภาคอีสานตอนบน จึงอยากขอเชิญชวน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ไม่มีดนตรีแห่ หันมาจัดงานบวชแบบเรียบง่าย โดยการปรึกษากับเจ้าอาวาส พระอุปัชฌาย์ ในการจัดงานบวชที่ส่งเสริม การ ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อบายมุข และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญชวน ญาติโยมชาวอีสานบน และขอนิมนต์ พระอุปัชฌาย์ในภาคอีสานบนทุกวัด ประกาศงานบวชปลอดเหล้า “อย่าให้ลูกหลานเรา ทั้งเมา ทั้งบวช”  ให้เกิดความสุข ยึดตามพระธรรมวินัย ประหยัด และเรียบง่าย

พระครูปริยัติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าคณะตำบลทับมา และเจ้าอาวาสวัดทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ประธานคณะทำงานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคตะวันออก กล่าวว่า ขอเจริญพรพุทธศาสนิกชนทุกท่านที่ประสงค์จะบวชในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือใคร่จะบวชเรียนศึกษา พระธรรมวินัย ในทางพระพุทธศาสนา  สามารถติดต่อไปทางวัดในเครือข่ายได้ทุกจังหวัด หรือจัดงานบวชในวัดอื่นๆ ขอเจริญพรเชิญชวนให้จัดงานบวชแบบประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย จะได้ประโยชน์สูง ประหยัดสุด และสร้างความสุขอย่างแท้จริง

พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา เจ้าคณะตำบลคลองกระจงและเจ้าอาวาสวัดคลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ประธานคณะทำงานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคเหนือตอนล่าง กล่าวว่า ขอเชิญชวนญาติโยมทั้งหลายได้บวชลูกบวชหลาน ด้วยการประหยัด เรียบง่าย ปลอดภัย ยิ่งในภาวะปัจจุบัน เศรษฐกิจของบ้านเรายังไม่ดี รายได้ต่างก็หายาก ยิ่งถ้าเราไปจัดงานบวชลูกหลาน โดยการฟุ่มเฟือย ก็เหมือนกับการ “ตำน้ำพริก ละลายแม่น้ำ” ซึ่งแทนที่แล้ว ถ้าเราจะนำงบประมาณเราจะจัดงานบวช มาเป็นทุนให้ลูกหลาน ที่ต่อไปต้องมีครอบครัว ทำมาหากิน ได้ใช้ประโยชน์  หรือถ้าลูกหลานยังบวชอยู่มั่นคงก็เป็นทุนให้กับลูกหลานแล้วศึกษาเล่าเรียนต่อไป  โดยเฉพาะปัจจุบันพระสงฆ์ในแต่ละวัดก็ลดจำนวนน้อยลงไปในทุกวัด ศาสนทายาทก็จะหายากลงไปทุกที เพราะฉะนั้นการจัดงานบวชแบบประหยัด เรียบง่าย ปลอดเหล้า ปลอดภัย บวชเอาพรรษา ศึกษาพระธรรมวินัย และมุ่งเป็นศาสนทายาทที่ดี เป็นหนทางที่ดี ที่ถูกต้อง

พระครูสมุห์วิเชียร คุณธมฺโม วัดเจดีย์แม่ครัว อำเภอสันทราย  จ.เชียงใหม่  ประธานคณะทำงานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคเหนือตอนบนกล่าวว่า “บวชอย่างมีสุขภาวะ อยู่เป็นพระอย่างมีคุณค่า แม้ลาสิกขาก็ยังมีศรัทธาที่ตั้งมั่น”  จึงขอเชิญชวนชาวพุทธ โดยเฉพาะลูกหลานที่เป็นผู้ชาย ที่จะเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ทั้งนั้น  ก็เพื่อช่วยกันสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาส่วนหนึ่ง และเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดาส่วนหนึ่ง ซึ้งส่วนนี้เป็นประเพณีนิยมที่ชาวพุทธเราสืบทอดกันมา การจะได้จะมีโอกาสมาบวชสักครั้งหนึ่งในชีวิต ก็ควรจัดงานบวชแบบประหยัด เรียบง่าย ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดอบายมุขเพราะฉะนั้นเรื่องการทำบุญ  การบวช เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งการทำบุญเพื่อเอาบุญ นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่การทำบุญเพื่อเอาหน้า อาจจะนําพาไปสู่อบายภูมิได้

พระครูภัทรธรรมคุณ เจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม เจ้าอาวาสวัดพัฒนาธรรมาราม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ประธานคณะทำงานสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง/ปริมณฑล กล่าวว่า การบวชตามพุทธประสงค์ ช่วงเทศกาลสงกรานต์มักมีผู้จัดงานบวชกุลบุตร ตามประเพณีเป็นจำนวนมากรู้สึกว่าจัดงานกันเสียใหญ่โต มีโต๊ะจีน ดนตรี เลี้ยงสุราในงานบวชนาค แห่นาคกันเป็นชั่วโมงกว่าจะเข้าโบสถ์ สนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจกันมาก  เสมือนว่ามีการแข่งขันกันจัดงาน ข้าต้องดีกว่าใคร ในทำนอง บางแห่งมีตีกัน รวมไปถึงทำร้ายร่างกายกัน ยกพวกตีกัน ตลอดไปจนถึงฆ่ากันตายในงานบวชก็มี  การบวชนั้น ถ้าได้ตัด “รีตอง”ออกไป ให้เหลือแต่ “พิธี” ก็จะใช้เงินน้อยเพียงไม่กี่ร้อยบาทก็บวชได้ ถ้าไม่มีจริง ๆ เข้าไปหาพระที่ท่านมีเมตตาจิตร ท่านจะสงเคราะห์แน่นอน และถ้าตัดส่วนเกินออก เช่น สุรา น้ำอัดลม อาหารที่ไม่จำเป็น (ล้มวัว ควาย หมูฯ) ปีพาทย์ แตรวง ทำขวัญ ดนตรี ลิเกออกเสียได้  ก็จะประหยัดไปได้เยอะเลย แต่สุดท้ายบางรายเสร็จงานเจ้าภาพมีหนี้สินรุงรัง กินเหล้า เมามาย จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ในงานบวช ดังที่เป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ ดังคำโบราณว่า “จะบวช หรือจะบาป” เรามาบวชแบบเรียบง่ายได้บุญกันดีกว่า คือ บวชตามพุทธประสงค์ การบวชพระ คือการปฏิบัติเพื่อ 1 ละเว้นความชั่ว 2.เพิ่มพูนความดี มีประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ต่อคนบวช ประชาชน ประเทศชาติโดยแท้จริง “ถ้าคนที่บวชพระ บวชด้วยความจริงใจ”

ด้านพระอธิการโสภณ  ปิยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโพนขวาว  อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ประธานคณะทำงานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคอีสานตอนล่าง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจําปี 2568 ที่จะถึงอีกไม่กี่วัน ข้างหน้านี้  จะได้เชิญชวนศรัทธา สาธุชนญาติโยม ได้นํากุลบุตรเข้ามาบวชเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเดือนเมษายนนี้  หลายวัด หลายอําเภอ หลายจังหวัด จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน  ซึ่งในแต่ละปีก็จัดเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯลฯ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายนทุกปี ดังนั้น ในปีนี้ก็ขอเชิญชวนญาติโยม จะนำกุลบุตรหลานมาบวชสามเณร หรือจะบวชพระขอให้จัดงานบวชแบบประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย ลดค่าใช้จ่าย เลี่ยงความรุนแรงที่ยังไม่เกิด จึงจะได้ประสบสุขตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

ส่วนพระมหาบวร ปวรธมฺโม  เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ประธานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นช่วงของการปิดภาคเรียนการศึกษาของเด็กและเยาวชน จึงขอเจริญพรเชิญชวนญาติโยมได้นำพาลูกหลานไปบวช สามเณรภาคฤดูร้อน เพื่อจะได้ศึกษาพระธรรมทางพระพุทธศาสนา และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และอีกส่วนหนึ่งที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้พยายามรณรงค์ และสนับสนุนให้มีการจัดทำโครงการบวชสร้างสุข ทำให้เราได้มีความสุขในการที่จะได้เข้ามาบวช ไม่ว่าจะเป็นการบวชภาคฤดูร้อน หรือการบวชปกติ  หรือการบวชเพื่อเข้าพรรษา ซึ่งปัจจุบันนี้จำนวนพระสงฆ์เราก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดั้งนั้น อาตมาภาพในฐานะเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคใต้  ก็ขอเจริญพรญาติโยม ได้นำลูกหลานไปบวช “บวชสร้างสุข ไร้ทุกข์ภัย บวชทั้งกาย บวชทั้งใจ บุญยิ่งใหญ่ ห่างไกลอบายมุข สุขยั่งยืน”

พระครูอุดมสุวรรณสถิต เจ้าคณะอำเภอเขาชัยสน  และเจ้าอาวาสวัดสุวรรณประดิษฐาราม อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคใต้ตอนล่าง  กล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดพัทลุง ลงไปนั่นก็ถือว่าอยู่ในเครือข่ายที่จะต้องร่วมด้วยช่วยกันด้วยบางจังหวัดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ขอประชาสัมพันธ์เพื่อวางแนวทางวางเป็นทัดฐานในการที่จะบวชสร้างสุขช่วง เมษายน 2568 นี้ และขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุง ในวันที่ 5 เมษายนนี้ อาตมาจะเป็นพระอุปัชฌาย์บรรชาสามเณรภาคฤดูร้อนของสํานักปฏิบัติธรรมพัทลุง และได้วางนโยบาย และแนวทางที่จะอบรมผู้เข้ามาบวชให้เป็นบรรทัดฐาน ว่า ตลอดงาน บวชแบบเรียบง่าย  ให้มีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ผู้ที่จะมาบวชในวัดใกล้บ้าน  มีการจัดหาอัฐบริขารให้ฟรี  ถือว่าสนองนโยบายคณะสงฆ์  และที่สำคัญตลอดระยะเวลามีของการบวชมีการอบมให้ความรู้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น ดั้งคำขวัญที่ว่า “บวชสร้างสุข ขจัดทุกข์ได้ตลอดไป และใส่ใจบวชสร้างสุขตลอดชีวิต คิดอย่างมีคุณต่อพระพุทธศาสนา อย่างมั่นคง”

ด้านนายชัยณรงค์ คำแดง ผู้จัดการโครงการบวชสร้างสุข และเลขานุการมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม ได้กล่าวส่งท้ายว่า นี่ก็ถือคำกล่าวของผู้แทนพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมแต่ละภาคด้วยความเป็นห่วงคนไทยที่จะจัดงานบวชลูกหลานกลัวจะพบเรื่องที่ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต จึงได้เชิญชวน คนไทยจัดบวชลูกหลานช่วงเทศกาลสงกรานต์ และช่วงเวลาอื่นๆ แบบ “บวชสร้างสุข” ประหยัด เรียบง่าย  ยึดพระธรรมวินัย ลดค่าใช้จ่าย ลดความรุนแรง ลดปัจจัยเสี่ยง  ลดฆ่ากันตายในงาน จะได้บุญเต็มร้อย ซึ่งถือเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง